dot dot
bulletประวัติศาสตร์แรงงานไทย
bulletพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ ๒๕๑๘
bulletพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑
bulletพระราชบัญญัติ แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ พ.ศ. ๒๕๔๓
bulletพระราชบัญญัติประกันสังคม และกฎหมายลำดับรอง
bulletพระราชบัญญัติ เงินทดแทน พ.ศ. ๒๕๓๗
bulletพ.ร.บ การทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ. ๒๕๒๑
bulletพระราชบัญญัติกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ พ.ศ. ๒๕๓๐
bulletพระราชบัญญัติ จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. ๒๕๒๒
bulletพระราชบัญญัติ จัดหางานและคุ้มครองคนหางาน (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๗ มาตราที่ ๑-๓๗
bulletกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง
dot
หน่วยงานด้านแรงงาน
dot
bullet องค์กรแรงงาน
bulletกระทรวงแรงงาน
bulletกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน
bulletสำนักงานประกันสังคม
bulletสมาคมส่งเสริมความปลอดภัยและอนามัยในการทำงาน (ประเทศไทย )
bulletสำนักความปลอดภัย
bulletกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน
bulletกรมจัดหางาน
bulletศาลแรงงานกลาง
dot
คำสั่งเจ้าพนักงาน
dot
dot
ฎีกาที่น่าสนใจ
dot
bulletการสื่อสารเฉพาะ ๘ พื้นที่ และภาคี
dot
สมัครสมาชิก
ชื่อผู้ใช้ :
รหัสผ่าน :
เข้าสู่ระบบอัตโนมัติ :
bullet ลืมรหัสผ่าน
bullet สมัครสมาชิก
dot


แบนเนอร์ตัวอย่าง


‘ประชานิยม’เป็นตัวฉุด‘ผลิตภาพ’ในประเทศไทย (ตอนแรก)

ประชานิยมเป็นตัวฉุดผลิตภาพในประเทศไทย (ตอนแรก)

โดย วิลเลียม บาร์นส์
19 พฤษภาคม 2555

(เก็บความจากเอเชียไทมส์ออนไลน์ www.atimes.com)
       
       Populism trumps productivity in Thailand

       
By William Barnes
       09/05/2012
       
       นโยบายแบบประชานิยมของรัฐบาลไทยชุดต่างๆ ตลอดจนความลังเลรีรอไม่อยากจะลงทุนของธุรกิจทั้งหลาย
สืบเนื่องจากความทรงจำอันขมขื่นเกี่ยวกับวิกฤตการเงินเอเชียในปี 1997 กำลังกลายเป็นปัจจัยบ่อนทำลายความสามารถของประเทศไทยในการขยายเศรษฐกิจของตนเอง ผลพวงที่ตามมาประการหนึ่งก็คือ อัตราค่าจ้างที่ชะงักงันไม่ค่อยขยับไปไหน ทั้งๆ ที่อัตราการว่างงานอยู่ในระดับต่ำเกือบๆ เป็นศูนย์
       
       *ข้อเขียนชิ้นนี้แบ่งเป็น
2 ตอน นี่คือตอนแรก *
       
       กรุงเทพฯ
ประเทศไทยพบว่าตนเองกำลังติดอยู่ในสิ่งที่เรียกกันว่ากับดับของประเทศที่มีรายได้ระดับปานกลาง” (middle-income trap) ซึ่งอัตราเติบโตขยายตัวของเศรษฐกิจอยู่ในระดับพื้นๆ ธรรมดาๆ โดยไม่อาจเร่งตัวเองให้ไต่ขึ้นไปสู่การเป็นประเทศรายได้ระดับสูง นอกจากนั้นแล้วไทยยังกำลังถูกซ้ำเติมด้วยปัจจัยที่สำคัญอีก 2 ประการผสมผสานกัน ได้แก่การที่พวกเจ้าของธุรกิจชาวไทย ก่อการสไตรค์ทางด้านเงินทุนและผลด้านลบของพวกนโยบายประชานิยมซึ่งมีอันตรายที่จะกลายเป็นการบิดเบือนระดับราคาและความสามารถในการแข่งขันของระบบเศรษฐกิจโดยรวม
       
       นโยบายด้านเศรษฐกิจที่มีการอภิปรายถกเถียงกันอย่างกว้างขวางของรัฐบาลนายกรัฐมนตรี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ไม่ว่าจะเป็นการประกาศขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำอย่างสูงลิ่ว หรือคำมั่นสัญญาในลักษณะประชานิยมอย่างอื่นๆ ล้วนแต่ล้มเหลวไม่ได้แตะต้องตัวปัญหาที่อยู่ล้ำลึกลงไป อันได้แก่การที่พวกนายทุนในไทยขาดความเต็มอกเต็มใจที่จะผลักดันยกระดับเศรษฐกิจขึ้นไปสู่ระดับที่พวกคนงานซึ่งมีผลิตภาพเพิ่มขึ้น สามารถที่จะเรียกร้องต้องการค่าตอบแทนที่สูงขึ้นได้
       
       นับตั้งแต่การก้าวขึ้นสู่อำนาจในปี 2001 ของอดีตนายกรัฐมนตรี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เป็นต้นมา รัฐบาลไทยชุดต่างๆ ล้วนสาละวนวุ่นวายอยู่แต่กับการเร่งเครื่องปรับแต่งพวกหัวรถจักรทางด้านการคลัง เพื่อให้สามารถกระทำตามคำมั่นสัญญาแบบประชานิยมด้านต่างๆ ตามที่รณรงค์หาเสียงเอาไว้ ภายหลังที่พวกเขาประสบความสำเร็จในการเลือกตั้งแล้ว อย่างไรก็ตาม ชนชั้นนำทางการเมืองของไทยดูเหมือนไม่ค่อยได้ตระหนักกันเลยในเรื่องที่การพัฒนาทางเศรษฐกิจของประเทศกำลังอยู่ในอาการชะงักงันอย่างชนิดทรุดโทรมอ่อนเพลียเต็มที
       
       ในรอบระยะเวลา 10 ปีตั้งแต่ปี 2001-2010 ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ของไทยมีอัตราเติบโตขยายตัวโดยเฉลี่ยอยู่ที่ 4.4% ต่อปี หรือประมาณครึ่งเดียวของอัตราเฉลี่ยของทั่วทั้งภูมิภาคแถบนี้เท่านั้น ขณะที่พวกผู้เชี่ยวชาญชาวไทยจำนวนหนึ่งพากันชี้ว่า การแจกจ่ายสิ่งต่างๆ ตามนโยบายแบบประชานิยม แม้กระทั่งเมื่อมีเจตนารมณ์อันดีที่พยายามใช้วิธีการเหล่านี้เพื่อมาแก้ไขปัญหาช่วงห่างทางรายได้อย่างเรื้อรัง ก็ยังแทบไม่มีประโยชน์อะไรในด้านการยกระดับความสามารถในการแข่งขันของประเทศชาติ
       
       นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ได้เคยพูดเอาไว้เมื่อเร็วๆ นี้ว่าผมเข้าใจดีว่าพวกนักการเมืองจำเป็นที่จะต้อง ... รักษาคะแนนนิยมของพวกเขา แต่ก็มีความจำเป็นที่จะต้องพิจารณาปัญหาท้าทายระยะยาวกันด้วยทั้งนี้เขายกตัวอย่างความท้าทายดังกล่าว ว่ามีทั้งเรื่องการศึกษาที่ด้อยคุณภาพไม่ได้มาตรฐาน, การจัดสรรทรัพยากรให้แก่งานด้านการวิจัยและการพัฒนาในระดับที่น้อยมากๆ จนน่าตกใจ, และการที่ประชากรโดยรวมกำลังมีอายุเพิ่มสูงขึ้น
       
       นายประสารยังกล่าวเตือนพวกบริษัทค่าแรงงานสูงทั้งหลาย โดยชี้ว่าพวกเขาจำเป็นที่จะต้องปรับปรุงยกเครื่องการดำเนินการของพวกเขา หาไม่ก็จะต้องปิดกิจการไป อย่างไรก็ตาม ผู้ว่าการธนาคารชาติท่านนี้ ก็ยังอาจจะละเลยไม่ได้มองถึงปัญหาที่มีความสำคัญระดับเป็นตายยิ่งกว่า และเป็นปัญหาที่ยืดเยื้อเรื้อรังมายาวนานกว่าบรรดาปัญหาที่เขาหยิบยกขึ้นมาเสียอีก
       
       ในปัจจุบัน ผลกำไรของภาคบริษัทธุรกิจในประเทศไทยจัดอยู่ในระดับเป็นกอบเป็นกำทีเดียว ส่วนพวกธนาคารทั้งหลายก็เต็มล้นเอ่อนองไปด้วยสภาพคล่อง กระนั้นก็ตามที ในรอบทศวรรษที่ผ่านมา บริษัทส่วนใหญ่กลับทำเพียงแค่เก็บเอากำไรเข้าพกเข้าห่อ แทนที่จะดำเนินการลงทุนตามแผนการยุทธศาสตร์สร้างความเจริญเติบโตในระยะยาว ขณะเดียวกัน ถึงแม้อัตราการว่างงานจะอยู่ในระดับต่ำมากๆ จนเกือบเท่ากับ 0% ทว่าอัตราค่าจ้างแรงงานที่แท้จริงกลับอยู่ในสภาพที่แทบไม่ได้มีการขยับขึ้นเลยในระยะเวลา 10 ปีดังกล่าวนี้
       
       “มีความพยายามอย่างจงใจจากทุกๆ คน ที่จะธำรงรักษาอัตราผลตอบแทนจากเงินทุนเอาไว้ พูดอีกอย่างหนึ่งก็คือธำรงรักษาภาวการณ์ขาดแคลนเงินทุนเอาไว้ และด้วยเหตุนี้เองค่าจ้างที่แท้จริงจึงไม่ได้ขยับขึ้นไป นี่เป็นหนทางเดียวที่ผมสามารถใช้มาอธิบายสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นนี้ได้นายศุภวุฒิ สายเชื้อ นักเศรษฐศาสตร์คนสำคัญ ผู้มีตำแหน่งเป็นกรรมการผู้จัดการ (สายงานวิจัย) ของบริษัทหลักทรัพย์ภัทรจำกัด (มหาชน) กล่าวแสดงความคิดเห็น ขณะที่รายงานวิจัยฉบับหนึ่งของธนาคารโลกที่นำออกเผยแพร่เมื่อเร็วๆ นี้ ก็ตั้งข้อสังเกตว่า การที่ภาคบริษัทธุรกิจของไทยรีรอลังเลที่จะทำการลงทุนมานาน จึงไม่น่าประหลาดใจอะไรที่มันกำลังส่งผลให้การเพิ่มทวีทางด้านผลิตภาพของไทยอยู่ในอาการอ่อนแออย่างยิ่งโดยทั่วหน้า และเรื่องนี้กำลังสร้างความลำบากอย่างมากมายเป็นพิเศษให้แก่ภาคบริการการสร้างงาน ซึ่งเป็นภาคบริการที่ทรงความสำคัญยิ่ง
       
       ในรอบระยะเวลาสิบกว่าปีที่ผ่านมา กิจกรรมการผลิตมีส่วนในการสร้างจีดีพีเพิ่มขึ้นจากประมาณ 30% เป็น 40% ขณะที่มีส่วนในการนำเอากำลังแรงงานของประเทศมาใช้คิดเป็นตัวเลขคร่าวๆ อยู่ที่ราว 15% โดยแทบไม่ค่อยมีการเปลี่ยนแปลงอะไรนัก ในช่วงเวลาเดียวกันนี้เอง ระดับค่าจ้างแรงงานแท้จริงก็ค่อยๆ คลานขยับขึ้นไประหว่าง 3% ถึง 4% เท่านั้น ทั้งที่ในกรอบเวลาเดียวกันนี้ ผลผลิตโดยรวมของเศรษฐกิจไทยได้พุ่งพรวดเพิ่มขึ้นไปถึง 50%
       
       นายศุภวุฒิประณามกล่าวโทษวิกฤตการเงินและค่าเงินตราตกฮวบในปี 1997 โดยระบุว่า วิกฤตซึ่งได้ทำให้ธุรกิจไทยในขอบเขตกว้างขวางยิ่งต้องประสบภาวะล้มละลายในทางเทคนิคคราวนั้น สั่งสอนบทเรียนในเรื่องเงินทุนให้แก่ธุรกิจไทยได้เป็นอย่างดีจนเกินไป
       
       “ก่อนวิกฤตครั้งนั้น พวกนายทุนไทยจริงๆ แล้วก็กำลังผลาญเงินทุนไปอย่างไร้ประโยชน์ โดยอิงอยู่กับความเชื่อที่ว่าการเติบโตขยายตัวเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นอยู่เสมอเป็นปกติ ดังนั้นคุณจึงควรต้องใช้ความพยายามเพื่อจับคว้าการเติบโตดังกล่าวเอาไว้ จับคว้าส่วนแบ่งตลาด และทำเงินให้ได้เยอะๆ คุณจะไม่ให้ความใส่ใจอะไรนักถึงผลพวงที่จะเกิดตามมาหรอกนายศุภวุฒิ อธิบาย
       
       “แล้วทุกสิ่งทุกอย่างก็จบลงด้วยน้ำตา และพวกนายทุนถูกตีกระหน่ำอย่างแรง หลังจากนั้นพวกนายทุนก็เริ่มพยายามที่จะอนุรักษ์รักษาเงินทุน พยายามที่จะใช้ความระมัดระวังอย่างมากเพื่อทำให้การลงทุนของพวกตน โดยเฉพาะเม็ดเงินลงทุนของพวกตน ยังคงได้รับอัตราผลตอบแทนกลับมาอย่างสูง ขณะที่แรงงานเป็นฝ่ายที่ต้องสูญเสีย ... พวกเขาไม่ได้เป็นปีศาจร้ายหรอกนะ มันเป็นเพียงความพยายามที่จะรักษาตัวเองเท่านั้นเขากล่าว
       
       สภาพเช่นนี้สามารถใช้มาอธิบายสิ่งที่ดูเหมือนเป็นองค์ประกอบที่ขัดแย้งกันของระบบเศรษฐกิจไทย กล่าวคือ อัตราค่าจ้างแท้จริงส่วนใหญ่แล้วแทบไม่มีการขยับขึ้นเลย ทั้งๆ ที่ตัวเลขอัตราการว่างงานอย่างเป็นทางการได้ลดต่ำลงจนอยู่ใกล้ๆ 0% แล้ว ข้อเท็จจริงเรื่องการว่างงานของไทยอยู่ในระดับต่ำมากๆ นี้ยังได้รับการยืนยันจากสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ในปัจจุบัน ในเวลาที่เศรษฐกิจของไทยกำลังดีดตัวกลับกระเตื้องขึ้นจากอุทกภัยอันสร้างความหายนะอย่างร้ายแรงเมื่อปีที่แล้ว ปรากฏว่าตามตัวเมืองน้อยใหญ่ต่างๆ ทั่วประเทศจะเห็นป้ายประกาศ รับสมัครงานติดเต็มไปหมด
       
       ทว่าเมื่อหันมาพิจารณาตัวเลขด้านผลิตภาพ มันกลับกลายเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่แตกต่างออกไปและน่าวิตกห่วงใยยิ่ง ในช่วงครึ่งแรกของทศวรรษ 1990 นั้น ผลิตภาพในประเทศไทยเพิ่มขึ้นมาอย่างสดใสมากในอัตรา 8.3% ต่อปี ทั้งนี้ตามข้อมูลตัวเลขขององค์การเพิ่มผลผลิตแห่งเอเชีย (Asian Productivity Organization หรือ APO)
       
       แต่ตัวเลขนี้ได้ลดฮวบลงมาจนเกือบๆ จะเป็น 0 (0.1%) ทั้งในระยะก่อนและหลังช่วงแห่งความเฟื่องฟูในปี 1995-2000 ต่อจากนั้น ผลิตภาพของไทยก็กลับดีขึ้นมาบ้างในระยะเวลาระหว่างปี 2000-2008 แต่ก็อยู่ในระดับเพียงแค่ประมาณ 2.5% ต่อปีเท่านั้น สำหรับช่วงไม่กี่ปีหลังๆ มานี้ อัตราการเติบโตของผลิตภาพอยู่ในอาการชะงักงันอีก
       
       นับจนถึงปัจจุบัน ประเทศไทยไม่ได้เห็นอัตราการเติบโตขยายตัวอย่างสูงลิ่วของผลิตภาพ มาเป็นเวลาเกือบ 2 ทศวรรษแล้ว ทั้งๆ ที่ครั้งหนึ่งแดนสยามเคยทำได้จนได้รับการจับตามองว่าจะยกระดับประเทศให้ขึ้นไปสู่ฐานะของการเป็นประเทศเศรษฐกิจอุตสาหกรรมใหม่ที่มีรายได้สูง ทำนองเดียวกับความสำเร็จของการไต่ขึ้นไปตามบันไดแห่งการเพิ่มมูลค่า ซึ่งพบเห็นอยู่ในประเทศและดินแดนเอเชียตะวันออกอย่าง ญี่ปุ่น, เกาหลีใต้, และไต้หวัน
       
       ในเวลาเดียวกัน ช่วงเวลาหลายๆ ปีแห่งการเจริญเติบโตได้อย่างง่ายๆ ด้วยการอาศัยการส่งออกสินค้าที่ผลิตโดยแรงงานราคาถูกๆ และกระบวนการที่เกษตรกรทั้งหลายละทิ้งผละจากไร่นาของพวกตนเพื่อมาทำงานในภาคอุตสาหกรรม ก็กำลังทำท่าจะจบสิ้นปิดฉากลงแล้วสำหรับประเทศไทย ยิ่งกว่านั้น การที่พม่า ซึ่งเป็นเพื่อนบ้านที่มีฐานะด้อยพัฒนากว่ามากของไทย กำลังจะเปิดเสรีเศรษฐกิจของตนตามที่คาดหมายกันอยู่ทั่วไป ก็ถือเป็นภัยคุกคามที่จะเกิดกระแสแรงงานอพยพค่าจ้างถูกพากันหนีหายจากประเทศไทยกลับไปบ้านเกิดเมืองนอน
       
       แน่นอนทีเดียวว่า การพยายามไต่บันไดแห่งมูลค่าเพิ่ม คือความท้าทายทางด้านนโยบายที่สำคัญมาก และไม่ใช่ว่าจะประสบความสำเร็จได้อย่างง่ายดาย ประเทศเพื่อนบ้านอีกรายหนึ่งของไทย นั่นคือ มาเลเซีย ก็เผชิญปัญหาแบบเดียวกันกับไทย โดยที่การลงทุนของมาเลเซียอยู่ในระดับต่ำอย่างเรื้อรังยาวนาน ถึงแม้แดนเสือเหลืองอยู่ในฐานะได้เปรียบกว่า ตรงที่มีฐานความมั่งคั่งร่ำรวยสูงกว่า กล่าวคือ ตัวเลขจีดีพีเฉลี่ยต่อประชากรแต่ละคนของมาเลเซีย อยู่ในระดับเกือบเป็นสองเท่าตัวของไทยทีเดียว ยิ่งถ้าหากนำประเทศไทยไปเปรียบเทียบกับสิงคโปร์ที่เศรษฐกิจขับดันโดยภาคบริการแล้ว ตัวเลขนี้ของสิงคโปร์ก็สูงกว่าไทยถึง 10 เท่าตัว
       
       การผนวกรวมกันของสภาพการณ์ที่นักลงทุนไม่ค่อยอยากจะลงทุน และการที่มีคนงานจำนวนสูงลิ่วผิดปกติในภาคเศรษฐกิจที่ไม่เป็นทางการ กำลังก่อให้เกิดส่วนผสมทางเศรษฐกิจที่เป็นพิษภัยต่อการพัฒนา นี่เป็นความเห็นของนายเศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ หุ้นส่วนผู้จัดการ (managing partner) ของบริษัท แอดไวเซอร์ (Advisor Co Ltd) และเป็นอาจารย์สอนอยู่ที่สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจศศินทร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
       
       จากจำนวนประชากรในวัยทำงานที่ไทยมีอยู่ประมาณ 38 ล้านคน ราวๆ 21 ล้านคน เป็นต้นว่า เกษตรกร, คนขับรถแท็กซี่, และอื่นๆ เป็นผู้ที่ไม่ได้มีรายได้ประจำ สำหรับอีก 17 ล้านคนที่เหลือ ก็มีเพียง 9 ล้านคนเท่านั้นที่ได้เงินเดือนค่าตอบแทนเป็นรายเดือน ขณะที่อีก 8 ล้านคนนั้น ได้รับค่าจ้างเป็นรายวัน
       
       “เรามีคนงานจำนวนมากมายเหลือเกินที่กำลังทำงานในแบบวันต่อวัน ได้รับเงินค่าจ้างแบบวันต่อวัน ดังนั้น โอกาสความเป็นไปได้ที่พวกเจ้าของธุรกิจจะต้องการลงทุนกับผู้คนเหล่านี้ ลงทุนในด้านการฝึกอบรมตลอดจนเทคโนโลยีและอื่นๆ จึงต่ำเอามากๆ แล้วสภาพเช่นนี้ก็ย้อนกลับมามีส่วนทำให้อัตราการเติบโตของค่าจ้างอยู่ในระดับต่ำและไร้ความสดใสนายเศรษฐพุฒิ กล่าว
       
       
วิลเลียม บาร์นส์ เป็นนักหนังสือพิมพ์ผู้ผ่านงานมาอย่างโชกโชน ปัจจุบันเขาพำนักอยู่ในกรุงเทพฯ
       (อ่านต่อตอน2 ซึ่งเป็นตอนจบ)

http://www.manager.co.th



ชื่อ
เบอร์โทรศัพท์
อีเมล
หัวข้อ
รายละเอียด



ประชาสัมพันธ์ / บทความ

ขอเชิญชวนเสนอรายชื่อสตรีที่มีผลงานดีเด่นด้านกระบวนการยุติธรรม ประเภทกระบวนการยุติธรรมทั่วไป ประจำปี ๒๕๕๘ 
ทีดีอาร์ไอหนุนรัฐรวม 3 กองทุนสุขภาพ อุดรอยรั่วงบฯก่อนเจ๊ง-ชี้ประหยัดทันที 6 หมื่นล้าน!
สปส.เล็งเพิ่มงบค่ารักษารายหัวเป็น 2,526 บ. (สำหรับสมาชิก)
สปส.เล็งเพิ่มงบค่ารักษารายหัวเป็น 2,526 บ.
ทีดีอาร์ไอเสนอมาตรการ “3 : เลิก เร่ง รุก โล๊ะ” คุมต่างด้าวยั่งยืน
อีกมุมหนึ่งของแรงงานในอุตสาหกรรมอัญมณีช่วงวิกฤตเศรษฐกิจ
นักวิชาการ ชี้ เปลี่ยน สปส.เป็นองค์กรอิสระ
แรงงาน ความเสี่ยงอนาคต
สปส.เผยมีนายจ้างค้างชำระเงินสมทบกองทุนฯ เกือบ 4 พันล.
ดุสิตโพลเผย ปชช.จับตา “ครม.ยิ่งลักษณ์” - ค่าแรง 300 บาท
"ฮิลลารี คลินตัน" เรียกร้องประเทศอุษาคเนย์ปกป้องสิทธิแรงงาน
หนีไทยไปเขมร ทุนญี่ปุ่นขาดแคลนแรงงานฝีมืออย่างหนัก
ประชานิยม’เป็นตัวฉุด‘ผลิตภาพ’ในประเทศไทย (ตอนจบ)
สปส.ทวงหนี้โรงงานเบี้ยวจ่ายสมทบ
ทำสำมะโนธุรกิจ-อุตสาหกรรมปี 2
สธ. เผย ปชช.เครียดวัยแรงงานเสี่ยงฆ่าตัวตายสูงสุด
นักวิชาการหวั่น อีก 3 ปีเปิดอาเซียน แรงงานไทยรั้งท้าย จี้เร่งพัฒนาฝีมือ-ปฏิรูปกฎหมาย
สำนักงานสถิติทำสัมมะโนธุรกิจ
ทีดีอาร์ไอเสนอ 3 ทางเลือก ปรับ“ค่าจ้าง 300 บาท”อย่างไรไม่จนลง
รมว.แรงงาน ยันยังไม่พบนายจ้างเบี้ยวค่าแรง 300
“สมรรถนะ” คือโอกาสรอดของผู้จบอาชีวศึกษาและอุดมศึกษาในอนาคต
ค่าจ้างขั้นต่ำ 300 บาท - แรงงานไทยไม่ใช่แรงงานทาส
ค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาท อะไรคือก้าวต่อไปของฝ่ายแรงงาน
3 ปัญหาหนักอก (ยอดนิยม) ของพนักงาน
ทำความรู้จัก "3กองทุน 1มาตรฐาน"
เตรียมพร้อม "3 กองทุน 1มาตรฐาน"
เผดิมชัย สะสมทรัพย์ ค่าจ้าง 300 บาท เพื่อความเป็นธรรมกับแรงงาน
นักวิชาการห่วงไทยซ้ำรอยวิกฤติปี 40 แนะศึกษาผลกระทบเปิดเสรีอาเซียนรอบด้าน
“เผดิมชัย” เมิน ชี้โอนผู้ประกันตนให้ สปสช.แค่ความเห็นกฤษฎีกา
เตรียมช่วย SME หลังค่าจ้าง 300 บาทเริ่มบังคับใช้
3 กองทุนสุขภาพสรุป ป่วยฉุกเฉิน รักษาได้ทุกโรงพยาบาล
สหภาพ ปตท. บุกพบ "โต้ง" สัปดาห์หน้า ค้านขายหุ้น-เตือนกระทบวงกว้าง
นักวิชาการแจงผลดีผลเสียโอนหนี้
“รสนา” ชำแหละ “ปตท.-รัฐบาล” สุมหัวสูบเลือด ปชช. ถามจะยอมต่อไปหรือ
“อนุสรณ์ ธรรมใจ” มั่นใจ ศก.ไทยปี 55 ขยายตัว 6.5%
เปิดฎีกาชาวบ้านแม่ตาว หมดหวังรัฐเยียวยาพิษแคดเมี่ยม
พลิกมุม 360 องศา ทิศทางแรงงานไทยในสายตา ‘แล ดิลกวิทยรัตน์’
เสียงจาก ADB "IMT–GT คือหัวหอก ASEAN"
ปรับเงินเดือน ขรก.-ลูกจ้าง วุฒิ ป.ตรี 1.5 หมื่นบาท ของขวัญปีใหม่ 6.5 แสนรายเฮลั่น!
โรงงานอยุธยาเสียหายหนักสุด 160,000 ล้านบาท
ปธ.หอการค้าญี่ปุ่น-กรุงเทพฯยันไม่ย้ายฐานผลิต
นวนครเตรียมสร้างเขื่อนกั้นน้ำถาวร
เสวนาวิกฤติน้ำท่วมกับสิทธิมนุษยชน
ปิดศูนย์ช่วยเหลือแรงงานโดนน้ำท่วม ชี้น้ำลดแต่ปัญหายังไม่จบ!
สรุปบทเรียน: ความช่วยเหลือแรงงานช่วงน้ำท่วมและก้าวต่อไปหลังน้ำลด
นักวิชาการเสนอสถานการณ์แรงงานหลังน้ำท่วมและยุทธศาสตร์ขบวนการแรงงานไทย
กสร.เผยยอดลูกจ้างคืนโรงงาน 6 แสนคน
ย้ำย้ายฐานผลิตเป็นเฉพาะบริษัท ร้องรัฐเร่งเงินชดเชยเร็วสุดก่อนตายหมด
ยื้อเงินชดเชยซ่อมบ้าน ค่าวัสดุ2-3หมื่นบาทส่อดึงยาว
คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย คิดค้นสารละลายที่ใช้ชื่อว่าเอสเอ็ม เพื่อใช้สำหรับช่วยเหลือผู้ประกอบการในการฟื้นฟูเครื่องจักรที่ประสบปัญหาจากอุทกภัย
นักวิชาการด้านรัฐศาสตร์ชี้ว่า นโยบายเศรษฐกิจของไทยมีความเสี่ยงสูง หากยังคงให้ความสำคัญกับทุนนิยมการเงิน ซึ่งเป็นสาเหตุของวิกฤตเศรษฐกิจนับครั้งไม่ถ้วน
‘ญี่ปุ่น-ยุโรป’ แห่ย้ายฐานสิ่งทอจากจีนเข้าไทย อุตฯ จี้รัฐแก้ 7จุดอ่อนสกัดกลุ่มอาเซียนชิงตลาด
จี้ 'ปู'วาง9แนวทางสกัดต่างชาติย้ายฐาน โวยหยุดคอร์รัปชั่นสูงปรี๊ด-แก้กฎระเบียบดึงทุนได้
ปัญหาความยุติธรรมในสังคมไทย
วิกฤติน้ำท่วมพ่นพิษกลุ่มทุนที่อยุธยา 36 บริษัท ประกาศเลิกจ้างแรงงานแล้ว 9,000 คน
เปิดนโยบายทำทันที ค่าแรง-น้ำมัน-จำนำข้าว
หอการค้าพร้อมหารือรัฐบาลใหม่
ก.แรงงาน เดินหน้าเปิดเว็บไซต์รวมงานวิจัยด้านแรงงานกว่า 2,000 เรื่อง
ไม่ว่าผู้ประกันตนจะได้รับความเดือดร้อน หรือผลกระทบอย่างไร แต่หากยังไม่รวมตัวลุกขึ้นมาเรียกร้องสิทธิ์และผลประโยชน์ของตัวเอง ผู้ประกันตนก็จำต้องทนอยู่กับสิ่งที่ได้รับแบบเดิมที่ไม่คุ้มค่า
ปลัดแรงงาน เผย ไทยเข้าสู่ยุคขาดแคลนแรงงานฝีมือ
ไทยเตรียมตอบโต้ชี้แจงสหรัฐที่กล่าวหาว่าไทยติดอันดับการค้ามนุษย์ ด้านผู้เสียหายยังเห็นว่าการตัดสินคดียังล่าช้า
ขรก.-รสก.เฮ! พท.ลั่นปรับฐาน 1.5 หมื่นบาท แรงงาน 300 บาทต่อวันปีหน้า
ประกันสังคม วอนเลิกคำสั่งยุบรวมกับบัตรทอง
สปสช.แจงสิทธิตายตามประกาศกระทรวงไม่เกี่ยวกับการช่วยเหลือตาม ม.41
ผู้ประกอบการโรงงานโรงเท้าส่งออกก็ระบุการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ ไม่ส่งผลต่อการประกอบการ
ชุมชนรอบมาบตาพุดหวั่น รง.เก็บสารเคมีระเบิดหาก พนง.ทิ้งงานหลังค้างจ่ายเงินเดือน
สปสช.โว หลังกองทุนยา-เวชภัณฑ์ ตั้งขึ้น 1 ปี พบ ผู้ป่วยระบบรักษาฟรีเข้าถึงยาจำเป็นเพิ่มมากขึ้น
ขึ้นค่าแรง จุดขายฝันนักการเมือง
ขู่บริษัทลักไก่เลิกจ้างชั่วคราว ฟันแน่เบี้ยวค่าแรง
ภาคเอกชนย้ำ ปัญหาคอรัปชั่น ตัวร้ายกัดกร่อนเศรษฐกิจไทยเติบโต
ชงผู้ประกันตนควบสิทธิ์บัตรทอง
สปส.อุดช่องโหว่ให้ผู้ประกันตน ระบุผู้รับผลประโยชน์
ความเสี่ยงของผู้ประกันตน
สปส.โยนหินเก็บเงินสมทบเพิ่มอ้างผู้สูงอายุพุ่ง หวั่นกองทุนฯเจ๊ง ปี 2586
ปลัดรง.ยันไม่กดดันพรรคชู "ปรับค่าจ้าง" หาเสียง
ยูเอ็นชี้ ประชากรโลกพุ่ง 7 พันล้านคน 31 ต.ค.นี้
ทีดีอาร์ไอ เผยผลศึกษาปัญหาทุจริต-คอร์รัปชั่นในไทย แนวโน้มยังเหมือนเดิม
ฟอร์จูน สำรวจ 100 บริษัทที่น่าทำงานมากที่สุดในโลก เชื่อหรือไม่ อันดับ 1 มีสาขาอยู่ในไทยด้วย !
"มาร์ค"ทิ้งทวน ครม.นัดสุดท้ายกว่า 8 หมื่นล้านบาท เทให้ปชป. 2.8 หมื่นล้าน ภท.ได้มากสุด 4.6 หมื่นล้าน
แฉ! รพ.เรียกเก็บเงินจากผู้ประกันตน
เตรียมฟ้อง สปส. คืนเงิน ประกันสุขภาพ
สปสช.ขยายสิทธิ์ รักษา 2 โรคมะเร็ง เม็ดเลือด-น้ำเหลือง
ไทยมีประชากรมากเป็นอันดับ 4 ของภูมิภาค
สตง.จี้ ก.แรงงาน-สธ.แก้ กม.ยกเว้นเก็บค่าประกันตน 45 ชี้ ไม่เป็นธรรมต่อผู้จ่ายเงินสมทบ
แรงงานฟังสปส.แจงคีลนิกโรคจากการทำงาน
ดีเดย์ 1 พ.ค.เลิกจ่ายเงินประกันสังคม เล็งยื่นศาล รธน. ระงับใช้
ส.อ.ท.อัดขึ้นค่าแรงขั้นต่ำหาเสียง โยนภาระให้เอกชนแบกต้นทุน
โครงการเสวนาเรื่อง เสียงครวญจาก “ลุ่มน้ำโขง” บอกเล่าปัญหาแรงงานข้ามชาติที่เป็นผลมาจากนโยบายการย้ายถิ่น
ภัยคุกคามหลัก 10 ประการต่อเสรีภาพในการแสดงออกในสิบปีข้างหน้า
ม็อบลูกจ้างร้องแรงงานวอนเก็บหนี้นายจ้างจ่ายชดเชย
รุมสับหาเสียงประชานิยม ส่อเค้าเหลว-ค้านขึ้นค่าแรงเว่อร์
บริษัทศึกษาภัณฑ์ขอนแก่น นำร่องขึ้นค่าแรง 300 บาท
ปลัดก.แรงงานแจงการโอนสิทธิ์ประกันสังคมไปยังสปสช.ทำได้ยาก เหตุจากระบบแตกต่างกันมาก โดยมีแนวทางแก้ปัญหารักษาโรคร้ายแรง ด้วยการแยกบัญชีออกจากเงินค่าเหมาจ่ายรายหัว ส่วนบำเหน็จของแรงงานนอกระบบ รัฐบริหารเงินแทน โดยการทยอยจ่ายระยะเวลา 15 ปี
ม.หอการค้า เผยแรงงาน 88.4% หนี้ท่วมหัว กระทุ้งขึ้นค่าแรง 9 บาท
ก.แรงงาน เตรียมจัดทำมาตรฐานฝีมือตามสาขาอาชีพ รับการเคลื่อนย้ายแรงงานเสรีปี 58 สอดรับค่าจ้างตามมาตรฐานฝีมือแรงงาน โดยเน้นแรงงานฝีมือ เพื่อแข่งขันกับแรงงานอาเซียน ส่วนเรื่องตั้งสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพนำเรื่องเข้าครม.เดือนนี้
3 เอ็นจีโอฟ้อง สปส.ให้คืน-หยุดเก็บเงินสมทบสุขภาพ 1%
3 เอ็นจีโอฟ้อง สปส.ให้คืน-หยุดเก็บเงินสมทบสุขภาพ 1%
ปลัดแรงงานยันจ่ายแน่ค่า HA กลุ่มหมอจ่อฟ้องหากเบี้ยว
ปลัดแรงงานยันจ่ายแน่ค่า HA กลุ่มหมอจ่อฟ้องหากเบี้ยว
ค้านเอาเงิน สปส.จ่าย สปสช.หากโอนผู้ประกันตนไปบัตรทอง
รมว.แรงงานเผยเตรียมลงทะเบียนแรงงานข้ามชาติรอบใหม่
รมว.แรงงานเผยเตรียมลงทะเบียนแรงงานข้ามชาติรอบใหม่
เปิดผลสำรวจการจ้างงานปี2553 งานบริการ-ไอที-คอมพิวเตอร์ครองแชมป์
บีโอไอเผย 109 บริษัทยันลงทุนในไทยต่อเนื่อง เร่งขยายกำลังผลิต-จ้างงาน
2 กุมภาพันธ์ 2554 สภาผู้แทนราษฎรลงมติเห็นชอบวาระ 3 ร่างพระราชบัญญัติกองทุนการออมแห่งชาติ เรียบร้อยแล้ว
คาร์ฟูร์ถูกปรับขั้นสูงสุด หลังตรวจพบว่าติดป้ายราคาหลอกลวง
มังกรเงื้อฟัน ค้าปลีกยักษ์ฯ ติดป้ายว่าถูก แต่จ่ายเพิ่มที่เคาน์เตอร์
ครม.ไฟเขียว แรงงานนอกระบบจ่าย 100 บาท รับบำเหน็จชราภาพ
สหภาพแรงงานในกัมพูชา โวยกฏหมายใหม่จำกัดสิทธิสหภาพฯ
แกนนำสหภาพแรงงานถูกทำร้ายร่างกาย ช่วงเจรจาข้อตกลง
แรงงานนอกระบบวิพากษ์ "ประชาวิวัฒน์" ฝนตกไม่ทั่วฟ้า หวั่นแค่เครื่องมือทางการเมือง
ผลสำรวจ ชี้ คอร์รัปชันไทยอยู่ในระดับรุนแรง สูญงบปีละกว่า 2 แสนล.
เปิดผลสำรวจโบนัส-เงินเดือน คนอสังหา-รถยนต์เป๋าตุงรับอื้อ แอล.พี.เอ็นฯแชมป์ จ่าย10.5เดือน
ขึ้นเงินเดือนนักการเมืองห่วยแตก-อย่าท้าทายสังคม !!
ตัวแทน ปชช.โกนหัวประท้วงรัฐบาลไม่นำร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองฯ เข้าสภา
ขอเชิญชวนประชาคม มศว และบุคคลผู้สนใจ ร่วมพูดคุยเสวนา



แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล


Copyright © 2010 All Rights Reserved.

ศูนย์ช่วยเหลือและจัดการวิกฤติแรงงาน
อีเมล : wgal@labourcrisiscenter.com
เว็บไซต์ : htpp://www.labourcrisiscenter.com
 

เว็บไซต์นี้ “ มูลนิธิเอเชียสนับสนุนเว็บไซด์นี้ภายใต้โครงการของ โครงการบรรเทาผลกระทบต่อคนทำงานอันสืบเนื่องจากวิกฤติเศรษฐกิจโลก ความคิดเห็นที่นำเสนอบนเว็บไซต์นี้เป็นของ โครงการบรรเทาผลกระทบต่อคนทำงานอันสืบเนื่องจากวิกฤติเศรษฐกิจโลก เท่านั้น และไม่จำเป็น ว่ามูลนิธิเอเชียจะเห็นพ้องด้วยแต่ประการใด” The Asia Foundation supports this website through a project with Working Group on Alleviating the Impact of the Global Economic Crisis on Affected Labors Project The views express on this website are solely those of the Working Group on Alleviating the Impact of the Global Economic Crisis on Project and do not necessary reflect the views of the Foundation