dot dot
bulletประวัติศาสตร์แรงงานไทย
bulletพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ ๒๕๑๘
bulletพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑
bulletพระราชบัญญัติ แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ พ.ศ. ๒๕๔๓
bulletพระราชบัญญัติประกันสังคม และกฎหมายลำดับรอง
bulletพระราชบัญญัติ เงินทดแทน พ.ศ. ๒๕๓๗
bulletพ.ร.บ การทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ. ๒๕๒๑
bulletพระราชบัญญัติกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ พ.ศ. ๒๕๓๐
bulletพระราชบัญญัติ จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. ๒๕๒๒
bulletพระราชบัญญัติ จัดหางานและคุ้มครองคนหางาน (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๗ มาตราที่ ๑-๓๗
bulletกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง
dot
หน่วยงานด้านแรงงาน
dot
bullet องค์กรแรงงาน
bulletกระทรวงแรงงาน
bulletกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน
bulletสำนักงานประกันสังคม
bulletสมาคมส่งเสริมความปลอดภัยและอนามัยในการทำงาน (ประเทศไทย )
bulletสำนักความปลอดภัย
bulletกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน
bulletกรมจัดหางาน
bulletศาลแรงงานกลาง
dot
คำสั่งเจ้าพนักงาน
dot
dot
ฎีกาที่น่าสนใจ
dot
bulletการสื่อสารเฉพาะ ๘ พื้นที่ และภาคี
dot
สมัครสมาชิก
ชื่อผู้ใช้ :
รหัสผ่าน :
เข้าสู่ระบบอัตโนมัติ :
bullet ลืมรหัสผ่าน
bullet สมัครสมาชิก
dot


แบนเนอร์ตัวอย่าง


แรงงานยื่น คปก.ปฏิรูปยุติธรรมแรงงาน เสนอออกข้อกำหนดศาลพิจารณาคดีพิเศษ

 

แรงงานยื่น คปก.ปฏิรูปยุติธรรมแรงงาน เสนอออกข้อกำหนดศาลพิจารณาคดีพิเศษ
Mon, 2012-04-23 18:35
คปก.รับลูก เตรียมพิจารณาในที่ประชุมคณะกรรมการพิจารณาปรับปรุงและพัฒนากฎหมายด้านสวัสดิการสังคมในคณะกรรรมการปฏิรูปกฎหมาย(คปก.) ในวันที่ 24 เมษายนนี้  
23 เมษายน  2555 สำนักงานคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย – เมื่อวันที่ 23 เมษายน  เครือข่ายการขับเคลื่อนเพื่อปรับปรุงกระบวนการยุติธรรมด้านแรงงาน ประกอบด้วย คณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย กลุ่มสหภาพแรงงานภาคตะวันออก กลุ่มสหภาพแรงงานสระบุรีและใกล้เคียง กลุ่มผู้ใช้แรงงานอยุธยาและใกล้เคียง กลุ่มสหภาพแรงงานย่านปู่เจ้าสมิงพราย กลุ่มสหภาพแรงงานอ้อมน้อย-อ้อมใหญ่ เข้ายื่นหนังสือข้อเสนอปรับปรุงกระบวนการยุติธรรมด้านแรงงานต่อนางสุนี ไชยรส ประธานคณะกรรมการพิจารณาปรับปรุงและพัฒนากฎหมายด้านสวัสดิการสังคมในคณะกรรรมการปฏิรูปกฎหมาย(คปก.) นายชัยสิทธิ์ สุขสมบูรณ์ กรรมการพิจารณาปรับปรุงและพัฒนากฎหมายด้านสวัสดิการสังคมและนายไพโรจน์ พลเพชร ที่ปรึกษากรรมการพิจารณาปรับปรุงและพัฒนากฎหมายด้านสวัสดิการสังคม
ทั้งนี้เครือข่ายการขับเคลื่อนเพื่อปรับปรุงกระบวนการยุติธรรมด้านแรงงานได้เข้าหารือกับ คปก.เพื่อชี้แจงประเด็นปัญหาในระบบและกระบวนการไกล่เกลี่ยคดีแรงงานมีความเหมาะสมหรือมีความเป็นธรรมหรือไม่ ขณะที่ระบบการพิจารณาคดีแรงงาน พบปัญหาทั้งเรื่องเวลาการพิจารณาคดีที่ล่าช้า เนื่องจากมีพยานเป็นจำนวนมาก รวมถึงภาระการพิสูจน์บางอย่างยังพิสูจน์ได้ยากซึ่งศาลไม่ใช้ระบบไต่สวน จึงมีข้อเสนอจากเครือข่ายฯให้ปรับเปลี่ยนแนวคิดและวิธีปฏิบัติในการไกล่เกลี่ยข้อขัดแย้งด้านแรงงานหรือคดีแรงงานให้มีหลักประกันในสิทธิขั้นพื้นฐาน ให้ภาคประชาสังคมมีส่วนร่วมเนื่องจากเรื่องนายจ้างไม่ใช่เรื่องทางแพ่งแต่เป็นเรื่องของการผลิตและความมั่นคงของมนุษย์และสังคม
การดำเนินการในกระบวนการพิจารณาคดีของศาลแรงงานควรให้ความสำคัญกับการคุ้มครองลูกจ้างที่จัดตั้ง รวมตัว หรือเป็นกรรมการตามที่กฎหมายแรงงานกำหนดหรือลูกจ้างที่เข้าร่วมในองค์กรหรือการเจรจาต่อรองร่วมตามกฎหมาย
เครือข่ายฯมีข้อเสนอว่าควรออกข้อกำหนดศาลแรงงานในการพิจารณาคดีที่มีลักษณะพิเศษ เช่นคดีแรงงานที่เกี่ยวกับวิกฤติเศรษฐกิจหรือภัยพิบัติร้ายแรงงาน คดีแรงงานที่เกี่ยวกับการเจ็บป่วยหรือการได้รับสารเคมีจากการทำงาน  ขณะเดียวกันควรออกข้อกำหนดศาลแรงงานเกี่ยวกับระยะเวลาในการพิจารณาคดีในศาลชั้นต้นและศาลฎีกา เช่น ในแต่ละชั้นไม่ควรเกิน 1 ปี เว้นแต่คดีมีความยุ่งยากซับซ้อน เพื่อให้มีกรอบเวลาการพิจารณาคดีที่เหมาะสมเป็นธรรม ประกอบกับการพัฒนาแรงงานให้เป็นศาลทีมีความเชี่ยวชาญหรือชำนาญการพิเศษ
อย่างไรก็ตามพบว่ายังมีหลายมาตราในพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 ที่ให้อำนาจศาลแรงงานแต่ในทางปฏิบัติมักจะไม่ได้ใช้อำนาจดังกล่าวโดยเห็นว่าเป็นดุลพินิจของศาล ไม่ใช่บทบังคับศาลประเด็นปัญหานี้จึงควรจะมีมาตรการแก้ปัญหาเพื่อให้เป็นหน้าที่หลักของศาลในการแสวงหาข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานในคดีแรงงาน 
ล่าสุด คปก.ได้รับข้อเสนอดังกล่าว โดยจะนำไปพิจารณาในที่ประชุมคณะกรรมการพิจารณาปรับปรุงและพัฒนากฎหมายด้านสวัสดิการสังคมในคณะกรรรมการปฏิรูปกฎหมาย(คปก.) ในวันที่ 24 เมษายนนี้  

 

ข้อเสนอแนะการปรับปรุงกระบวนการยุติธรรมด้านแรงงาน
        จำแนกออกเป็น ๒ ส่วนคือ (๑) กระบวนการยุติธรรมในส่วนที่เกี่ยวกับกระทรวงแรงงานหรือกลไกที่มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายด้านแรงงาน และ (๒) กระบวนการยุติธรรมที่เกี่ยวกับศาลแรงงาน ซึ่งจะได้กล่าวถึงสาระสำคัญ ดังนี้
        ๑. ข้อเสนอการปรับปรุงกระบวนการยุติธรรมในส่วนที่เกี่ยวกับกระทรวงแรงงาน
(๑) ควรดำเนินการเพื่อแก้ไขและปรับปรุงทัศนคติและวิธีปฏิบัติราชการของพนักงานเจ้าหน้าที่ให้เหมาะสมสอดคล้องกับสถานการณ์ปัญหา เช่น
(๑.๑) ออกมาตรการในเชิงบริหารเพื่อจัดการหรือแก้ไขปัญหาแรงงานให้เหมาะสมและทันกับสถานการณ์  เช่น ในกรณีที่ประเทศประสบภาวะวิกฤติเศรษฐกิจ หรือประสบภัยพิบัติร้ายแรง
(๑.๒) เจ้าหน้าที่ต้องปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มความสามารถเพื่อแก้ไขปัญหาให้ลุล่วงในฐานะที่เป็นกระบวนการยุติธรรมด้านแรงงานขั้นต้น มิใช่แนะนำให้ไปฟ้องคดีต่อศาลแรงงานอยู่ร่ำไป เพราะเท่ากับเป็นการผลักภาระให้ศาลแรงงาน
(๑.๓) เจ้าหน้าที่ต้องไม่ไกล่เกลี่ยให้ลูกจ้างรับค่าชดเชยหรือสิทธิประโยชน์ต่ำกว่ามาตรฐานที่กฎหมายกำหนด    ไม่นำข้ออ้างหรือข้อแก้ตัวของนายจ้างมากดดันลูกจ้างและให้ยอมรับข้อเสนอของนายจ้าง
(๑.๔) พนักงานตรวจแรงงานต้องดำเนินการให้ลูกจ้างกรอกแบบคำร้องตามที่กฎหมายกำหนด (คร. ๗)  มิใช่ปล่อยปละละเลย หรือดำเนินการไปตามอำเภอใจ จนเป็นเหตุให้คดีแรงงานเปลี่ยนไปเป็นคดีแรงงานปกครอง แทนที่จะดำเนินตามขั้นตอนของคดีแรงงานตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ประกอบพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. ๒๕๒๒ ทำให้ลูกจ้างต้องมีภาระและความยุ่งยากในการดำเนินคดีทางปกครอง ซึ่งมิใช่ความมุ่งหมายของกฎหมาย
                (๒) ออกประกาศหรือระเบียบหรือมาตรการเพื่อป้องกัน แก้ไขเยียวยา ส่งเสริมพัฒนา รวมทั้งการชดเชยความเสียหายแก่แรงงานที่ประสบปัญหาอย่างร้ายแรง เช่น แรงงานที่ประสบปัญหาเนื่องจากภาวะวิกฤติเศรษฐกิจหรือภัยพิบัติร้ายแรง รวมทั้งแก้ไขปรับปรุงกฎหมายด้านแรงงานเพื่อให้กระทรวงแรงงานมีอำนาจหน้าที่ในการให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ลูกจ้างหรือคนทำงาน ตั้งแต่ชั้นเจ้าพนักงาน ศาลแรงงาน จนคดีถึงที่สุด และตลอดจนชั้นบังคับคดีด้วยงบประมาณของรัฐ
                (๓) ออกระเบียบหรือมาตรการเพื่อให้ผู้เสียหายกรณีการกระทำอันไม่เป็นธรรมตามพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. ๒๕๑๘ มาตรา ๑๒๑-๑๒๓ สามารถใช้สิทธิดำเนินคดีอาญากับผู้ฝ่าฝืนคำสั่งของคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์(ครส.)  โดยไม่คำนึงว่า มีการฟ้องเพิกถอนคำสั่งครส.ต่อศาลแรงงานหรือไม่
  
 
           
            ข้อเสนอแนะการปรับปรุงกระบวนการยุติธรรมในส่วนที่เกี่ยวกับศาลแรงงาน
(๑)  ปรับเปลี่ยนแนวคิดและวิธีปฏิบัติในการไกล่เกลี่ยข้อขัดแย้งด้านแรงงานหรือคดีแรงงาน ให้มีหลักประกันในสิทธิขั้นพื้นฐาน   ให้ผู้ประนอมเป็นมืออาชีพและภาคประชาสังคมมีส่วนร่วม เพราะเรื่องนายจ้างลูกจ้างมิใช่เรื่องทางแพ่ง แต่เป็นเรื่องของการผลิต และความมั่นคงของมนุษย์และสังคม
 ในคดีที่ฟ้องร้องเกี่ยวกับสิทธิขั้นพื้นฐานตามกฎหมายแรงงาน ศาลแรงงานมีหน้าที่แสวงหาข้อเท็จจริงให้ครบถ้วนเพียงพอ เพื่อวินิจฉัยข้อกฎหมายหรือเพื่อแก้ไขปัญหา  มิใช่ไกล่เกลี่ยโดยไม่คำนึงเรื่องข้อเท็จจริง หรือไกล่เกลี่ยให้ลูกจ้างรับเงินตามที่นายจ้างเสนอซึ่งต่ำกว่ากฎหมาย เช่น คดีฟ้องเรียกค่าจ้างหรือค่าล่วงเวลาย้อนหลัง ( ซึ่งนายจ้างไม่มีประเด็นข้อต่อสู้หรือข้อต่อสู้หาสาระมิได้) หรือคดีเลิกจ้างโดยอ้างเหตุผลขาดทุนหลายปี หรือประสบปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจหรือภัยพิบัติร้ายแรงอันเป็นเหตุสุดวิสัย
(๒)การดำเนินกระบวนพิจารณาคดีของศาลแรงงานควรให้ความสำคัญกับการคุ้มครองลูกจ้างที่จัดตั้ง รวมตัว หรือเป็นกรรมการตามที่กฎหมายแรงงานกำหนด หรือลูกจ้างที่เข้าร่วมในองค์กร หรือการเจรจาต่อรองร่วมตามกฎหมายเช่น กรรมการลูกจ้างกรรมการสหภาพแรงงาน กรรมการสวัสดิการในสถานประกอบกิจการ
ในคดีการกระทำอันไม่เป็นธรรม ในชั้นศาลแรงงานได้เปลี่ยนแปลงคำสั่งของครส. จากการรับกลับเข้าทำงานและชดใช้ค่าเสียหายเป็นให้นายจ้างชดใช้ค่าเสียหายเพียงอย่างเดียว อ้างว่านายจ้างกับลูกจ้างไม่สามารถทำงานด้วยกันได้ แต่มิได้ให้เหตุผลหรือวางหลักเกณฑ์ให้เห็นว่าความขัดแย้งระหว่างนายจ้างกับลูกจ้างถึงขนาดเป็นปฏิปักษ์ หรือร้าวฉานถึงขนาดทำงานร่วมกันไม่ได้ และค่าเสียหายที่ศาลกำหนดให้ก็ไม่ได้สัดส่วนกับความเสียหายที่ลูกจ้างได้รับ
(๓)เกี่ยวกับการใช้อำนาจของศาลแรงงาน มีหลายมาตราในพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. ๒๕๒๒ ที่ให้อำนาจศาลแรงงานไว้เป็นพิเศษเพื่อให้สอดคล้องกับบทบาทศาลพิเศษ แต่ในทางปฏิบัติศาลมักไม่ใช้อำนาจเช่นว่านั้น ด้วยเห็นว่าเป็นดุลพินิจของศาล มิใช่บทบังคับศาล เป็นต้น
(๔)ในคดีที่นายจ้างฟ้องเพิกถอนคำสั่งเจ้าพนักงานหรือคณะกรรมการที่มีอำนาจหน้าที่วินิจฉัยชี้ขาดตามกฎหมาย เช่น พนักงานตรวจแรงงาน พนักงานเจ้าหน้าที่กองทุนเงินทดแทน คณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ เป็นต้น 
ควรดำเนินการจัดทำข้อกำหนดการดำเนินกระบวนพิจารณาคดีแรงงาน โดยให้ศาลแรงงานเรียกลูกจ้างและหรือนายจ้างผู้มีส่วนได้เสียให้เข้ามาในคดี ตามหลักการมีส่วนร่วมและการปกป้องสิทธิของตนในกระบวนการยุติธรรม
  (๕)ควรออกข้อกำหนดศาลแรงงานเกี่ยวกับการดำเนินกระบวนพิจารณาและพิพากษาคดีที่เกี่ยวเนื่องกับเหตุผลทางเศรษฐกิจ วิกฤติเศรษฐกิจ หรือภัยพิบัติร้ายแรง เพื่อให้การดำเนินคดีแรงงานเหมาะสมสอดคล้องและแก้ไขปัญหาได้ทันต่อเหตุการณ์
                 
 (๖)ดำเนินการเพื่อพัฒนาระบบการบริหารจัดการด้านคดีแรงงาน เนื่องจากคดีแรงงานล่าช้ามาก ดังตัวอย่างเช่น ในศาลแรงงานภาค ๑ เลื่อนคดีแต่ละครั้ง ราว ๓-๕ เดือน กรณีที่ศาลมาพิจารณาคดีที่ศาลอื่นที่จังหวัดในเขตอำนาจ เริ่มพิจารณาคดีเวลา ๑๐.๓๐ และเลิกการพิจารณาคดีเวลาเที่ยง   ในช่วงที่โยกย้ายผู้พิพากษากว่าจะมีผู้พิพากษาใหม่มาปฏิบัติหน้าที่ ก็กินเวลานานหลายเดือน ผู้พิพากษาที่เหลืออยู่น้อยจึงต้องทำงานอย่างหนัก  คดีแรงงานในศาลฎีกาใช้เวลานานถึง ๓ ปี หรือ ๔ ปี เป็นประโยชน์กับฝ่ายประวิงคดี
ควรออกข้อกำหนดศาลแรงงาน เกี่ยวกับระยะเวลาในการพิจารณาคดีในศาลชั้นต้น และศาลฎีกา เช่น ในแต่ละชั้นไม่ควรเกิน ๑ ปี เว้นแต่คดีที่มีความยุ่งยากหรือซับซ้อนหรือมาตรการที่จำเป็นเพื่อให้มีกรอบเวลาการพิจารณาคดีที่เหมาะสมเป็นธรรม สอดคล้องกับสภาพของประชาชนผู้ใช้สิทธิ
 ควรยกเลิกคุณสมบัติผู้ประนีประนอมคดีแรงงานที่ระบุว่าต้องเป็นผู้สำเร็จการศึกษาในระดับชั้นปริญญาตรี
ควรออกข้อกำหนดให้ศาลแรงงานออกหมายเรียกผู้มีอำนาจตัดสินใจมาศาล กรณีที่นายจ้างเป็นนิติบุคคลเพื่อประโยชน์และประสิทธิผลในการไกล่เกลี่ยหรือแก้ไขปัญหาแรงงาน 
(๗) ควรศึกษาระบบงานและการพิจารณาคดีของศาลแรงงานกลางมีนบุรี(ในระหว่างปี๒๕๕๐-๒๕๕๕) เพื่อเป็นศาลแรงงานต้นแบบ เพราะน่าจะใกล้เคียงกับกระบวนการไต่สวนโดยศาลมีบทบาทสำคัญในการแสวงหาข้อเท็จจริง และคดีเสร็จโดยรวดเร็ว
            (๘) ควรเร่งพิจารณาเรื่องการโยกย้ายผู้พิพากษามาปฏิบัติหน้าที่ ณ ศาลแรงงานให้อยู่ในระบบที่เป็นศาลเชี่ยวชาญพิเศษ หากการโยกย้ายยังคงเป็นเช่นในปัจจุบัน ก็จะไม่สามารถสร้างหรือพัฒนาผู้พิพากษาที่เชี่ยวชาญด้านแรงงานได้                 
            (๙) ควรพัฒนาช่องทางเพื่อให้องค์กรแรงงาน องค์กรนายจ้าง และภาคประชาสังคมที่เกี่ยวข้องกับแรงงานได้มีโอกาสและมีส่วนร่วมในการสะท้อนข้อมูล   ข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะต่าง ๆ เกี่ยว กับศาลแรงงานและกลไกในกระบวนการยุติธรรมด้านแรงงาน
 
           
 
 
                                                               @@@@@@@@@



กิจกรรมศูนย์ช่วยเหลือฯ

คณะกรรมการศูนย์ช่วยเหลือและจัดการวิกฤติแรงงาน พื้นที่ ภาคตะวันออก
คณะทำงานศูนย์ช่วยเหลือฯ คสรท.ผู้นำแรงงาน และนักกฎหมายด้านแรงงานในประเด็นเกี่ยวกับการละเมิดสิทธิแรงงานอันสืบเนื่องจากภาวะวิกฤติเศรษฐกิจกับปัญหากระบวนการยุติธรรมด้านแรงงาน ยื่นหนังสือต่อรัฐมนตรีว่าการ...
เกี่ยวกับคดี /กรณีร้องเรียน โครงการบรรเทาผลกระทบต่อคนทำงานอันสืบเนื่องจากวิกฤติเศรษฐกิจโลก
วีดีทัศน์ วิกฤติเศรษฐกิจโลกกับผลกระทบต่อแรงงานไทย ในการนำเสนอ "บทเรียนการต่อสู้ของแรงงาน ในภาวะวิกฤติเศรษฐกิจโลก"
บทเรียนการต่อสู้ของแรงงานในภาวะวิกฤติเศรษฐกิจ
สรุปบทเรียนการต่อสู้ของแรงงาน จากกรณีศึกษาในภาวะวิกฤติเศรษฐกฤติ
เสวนาประเด็นสิทธิแรงงานกับการเข้าถึงสิทธิและความเป็นธรรมในภาวะภัยพิบัติน้ำท่วม
4 อาสาสมัครนักกฎหมายสิทธิมนุษย์ชน (มอส) เปิดใจที่ได้เข้าร่วมงานกับศูนย์ช่วยเหลือและจัดการวิกฤติแรงงาน
การประชุมสัมมนา กรณีเรื่องเด่นของศูนย์ช่วยเหลือและจัดการวิกฤติแรงงาน
การอบรมเชิงปฏิบัติ “การพัฒนาผู้นำแรงงานเพื่อความเข้มแข็งของขบวนการแรงงาน”
4 องค์กรจัดหนัก !อบรมเข้มหลักสูตรพัฒนาผู้นำแรงงาน
ความคืบหน้าคดีนิคมอุตสาหกรรมอีสเทร์น ซีบอร์ดฯ ฟ้อง ๖ แกนนำสร.ฟอร์ด มาสด้า แห่งประเทศไทย ยอมความไม่ติดใจเรียกค่าเสียหายวันละ ๕๐๐,๐๐๐ บาท
การประชุมหารือเพื่อขับเคลื่อนการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมด้านแรงงาน
นางรัศมี รามศิริ พนักงานรักษาความปลอดภัยหญิง (ยามหญิง) เรียกร้องสิทธิเท่าเทียมชาย
นางชวนพิศ แปลงทุน (ป้าสาย) ในนามสหภาพแรงงานจักรวาลเคมี และกรรมการสหพันธ์แรงงานปิโตรเลียมและเคมีภัณฑ์แห่งประเทศไทย)
วิกฤติแรงงานไทยในลิเบียกับศูนย์ช่วยเหลือและจัดการวิกฤติแรงงาน
”การพัฒนาผู้นำแรงงานเพื่อความเข้มแข็งของขบวนการแรงงาน (หลักสูตรเข้มข้น)”
ศูนย์ช่วยเหลือและจัดการวิกฤตแรงงานเร่งช่วยผู้นำสหภาพฯพื้นที่อุตสาหกรรมแหลมฉบังชี้ถูกละเมิดสิทธิต่อเนื่อง
เลิกจ้างลูกจ้าง 166 คน และปิดกิจการชั่วคราว โดยอ้างภาวะเศรษฐกิจและประกอบกิจการขาดทุน
สรุปบทเรียนการทำงานของอาสาสมัครสิทธิแรงงานเพื่อเข้าถึงสิทธิแรงงาน
คนงานโวยถูกลดค่าจ้าง บริษัทอ้างปรับโครงสร้างใหม่
กรณีผู้นำและสมาชิกสหภาพแรงงานยานยนต์คนรับเหมาถูกเลิกจ้างโดยไม่เป็นธรรม
โครงสร้างและเนื้อหาของ พ.ร.บ. คุ้มครองผู้รับงานไปทำที่บ้าน พ.ศ. ... โดยละเอียด
ส.ค.ส.พระราชทาน นำสุขสู่ทุกท่าน
๑๑ เรื่องเด่น คนทำงาน กับ วิกฤติแฮมเบอร์เกอร์
ส่งเสริมเพื่อสร้างอาชีพ
สิทธิแรงงานคือสิทธิมนุษย์ชน
กรณ๊ลูกจ้างร้องสอดเข้าเป็นจำเลยร่วมกับ ครส.
การจัดตั้งสหภาพแรงงาน
โครงสร้างและเนื้อหาของ พ.ร.บ.คุ้มครองผู้รับงานไปทำที่บ้าน พ.ศ. .... โดยละเอียด
รายชื่อ อสร. และ อสส. ศูนย์ ๘ พื้นที่
สรุปการฝีกอบรมอาสาสมัคร
การอบรม อสร, อสส ครั้งที่ ๒
ความปลอดภัย
การจัดทำแผนปฏิบัติโครงการบรรเทาผลกระทบต่อคนทำงานอันสืบเนื่องจากวิกฤติเศรษฐกิจโลก
การอบรม อสร., อสส. เพื่อปฏิบัติงานศูนย์ช่วยเหลือและจัดการวิกฤติแรงงาน
การสัญจรพื้นที่ภาคตะวันออกชลบุรี
ติดตามงานในพื้นที่ แลกเปลี่ยนบทเรียนและข้อกฎหมายเพื่อการเข้าถึงสิทธิแรงงานพื้นที่ภาคตะวันออก(บ่อวิน)
ติดตามงานในพื้นที่ แลกเปลี่ยนบทเรียนและข้อกฎหมายเพื่อการเข้าถึงสิทธิแรงงาน พื้นที่กลาง, นวนคร, อยุธยา, และสระบุรี
ลูกจ้าง(พนักงานขับรถ) ในงานขนส่งทางบก : แรงงานถูกเอาเปรียบ รัฐออกกฎหมายไม่สอดคล้องและไม่กำกับดูแล และจ้างงานโดยฝ่าฝืนกฎหมาย
การจัดทำแผนปฏิบัติโครงการบรรเทาผลกระทบต่อคนทำงานอันสืบเนื่องจากวิกฤติเศรษฐกิจโลก
สัมมนาภาวะวิกฤติเศรษฐกิจกับการจัดการวิกฤติแรงงาน
กรณ๊ลูกจ้างร้องสอดเข้าเป็นจำเลยร่วมกับ ครส.



Copyright © 2010 All Rights Reserved.

ศูนย์ช่วยเหลือและจัดการวิกฤติแรงงาน
อีเมล : wgal@labourcrisiscenter.com
เว็บไซต์ : htpp://www.labourcrisiscenter.com
 

เว็บไซต์นี้ “ มูลนิธิเอเชียสนับสนุนเว็บไซด์นี้ภายใต้โครงการของ โครงการบรรเทาผลกระทบต่อคนทำงานอันสืบเนื่องจากวิกฤติเศรษฐกิจโลก ความคิดเห็นที่นำเสนอบนเว็บไซต์นี้เป็นของ โครงการบรรเทาผลกระทบต่อคนทำงานอันสืบเนื่องจากวิกฤติเศรษฐกิจโลก เท่านั้น และไม่จำเป็น ว่ามูลนิธิเอเชียจะเห็นพ้องด้วยแต่ประการใด” The Asia Foundation supports this website through a project with Working Group on Alleviating the Impact of the Global Economic Crisis on Affected Labors Project The views express on this website are solely those of the Working Group on Alleviating the Impact of the Global Economic Crisis on Project and do not necessary reflect the views of the Foundation