dot dot
bulletประวัติศาสตร์แรงงานไทย
bulletศูนย์รับเรื่องร้องเรียนกรณีค่าจ้างไม่เป็นธรรม
bulletเชิญร่วมลงรายมือชื่อสนับสนุนและผลักดันร่างพรบ.ประกันสังคมฉบบัที่ 14,264 รายชื่อ
bulletผลสำรวจค่าครองชีพผู้ใช้แรงงาน
bulletใบแถลงข่าว ผลสำรวจค่าครองชีพผู้ใช้แรงงาน
bulletข้อเรียกร้องวันกรรมกรสากลคณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย 1 พ.ค. 55
bulletแบบเสนอชื่อเสนอกฎหมายพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ (ฉบับที่..) พ.ศ. .. ( ฉบับบูรณาการแรงงาน )
dot
มุมกฎหมาย
dot
bulletพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ ๒๕๑๘
bulletพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑
bulletพระราชบัญญัติ แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ พ.ศ. ๒๕๔๓
bulletพระราชบัญญัติประกันสังคม และกฎหมายลำดับรอง
bulletพระราชบัญญัติ เงินทดแทน พ.ศ. ๒๕๓๗
bulletพ.ร.บ การทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ. ๒๕๒๑
bulletพระราชบัญญัติกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ พ.ศ. ๒๕๓๐
bulletพระราชบัญญัติ จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. ๒๕๒๒
bulletพระราชบัญญัติ จัดหางานและคุ้มครองคนหางาน (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๗ มาตราที่ ๑-๓๗
bulletกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง
dot
หน่วยงานด้านแรงงาน
dot
bullet องค์กรแรงงาน
bulletกระทรวงแรงงาน
bulletกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน
bulletสำนักงานประกันสังคม
bulletสมาคมส่งเสริมความปลอดภัยและอนามัยในการทำงาน (ประเทศไทย )
bulletสำนักความปลอดภัย
bulletกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน
bulletกรมจัดหางาน
bulletศาลแรงงานกลาง
dot
คำสั่งเจ้าพนักงาน
dot
dot
ฎีกาที่น่าสนใจ
dot
bulletการสื่อสารเฉพาะ ๘ พื้นที่ และภาคี
dot
สมัครสมาชิก
ชื่อผู้ใช้ :
รหัสผ่าน :
เข้าสู่ระบบอัตโนมัติ :
bullet ลืมรหัสผ่าน
bullet สมัครสมาชิก
dot


แบนเนอร์ตัวอย่าง


ข้อเรียกร้องวันกรรมกรสากลคณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย 1 พ.ค. 55

                                                                            

          

คณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย (คสรท.)

Thai Labour Solidarity Committee (TLSC.)   
  
สำนักงานประสานงาน 503/20 ถนนนิคมรถไฟ มักกะสัน เขตราชเทวี กรุงเทพฯ 10400

โทรศัพท์/โทรสาร
02-251-3170

E-mail: tlsc.labour@gmail.com
 

 

ข้อเรียกร้องวันกรรมกรสากล
คณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย
เดือนพฤษภาคม 2555
 
          คณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย (คสรท.) ในฐานะขบวนการแรงงาน ได้ตระหนักถึงการสร้างประชาธิปไตยจากฐานราก การสร้างความเข้มแข็งของสหภาพแรงงานและผู้ใช้แรงงานกว่า 38 ล้านคน ประกอบไปด้วยแรงงานในระบบ 14 ล้านคน แรงงานนอกระบบ 24 ล้านคน ล้วนต่างเผชิญปัญหาเศรษฐกิจจากระบบทุนนิยมครอบโลก การทำงานตรากตรำด้วยชั่วโมงที่ยาวนานเพื่อให้มีรายได้เพียงพอต่อครอบครัว การจ้างงานยืดหยุ่นโดยไม่ได้รับการคุ้มครองทางกฎหมาย ในขณะที่สิทธิเสรีภาพในการรวมตัวถูกขัดขวาง สินค้าอุปโภคบริโภคราคาแพง ไร้สวัสดิการสังคมที่เพียงพอต่อการยังชีพ
          เนื่องในวันกรรมกรสากล วันที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ.2555 ทางคณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย ในฐานะองค์กรแรงงาน อันประกอบไปด้วย สหภาพแรงงาน สหพันธ์แรงงาน กลุ่มสหภาพแรงงาน สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ องค์กรพัฒนาเอกชนด้านแรงงาน มีข้อเรียกร้องเร่งด่วน และข้อเรียกร้องต่อรัฐบาล ดังนี้
 
ข้อเรียกร้องเร่งด่วน
          1. รัฐต้องมีมาตรการลดค่าครองชีพแก่ประชาชนและผู้ใช้แรงงานโดยเร่งด่วน โดยมีมาตรการควบคุมราคาสินค้าอุปโภคบริโภคและราคาอาหาร ราคาน้ำมันเชื้อเพลิง ราคาปัจจัยการผลิตทางการเกษตร การสนับสนุนงบประมาณสาธารณูปโภคพื้นฐานเพื่อการลดค่าครองชีพ เช่น ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าแก๊สหุงต้ม การสนับสนุนงบประมาณแก่รถขนส่งมวลชนสาธารณะ รถเมล์ รถไฟ เรือโดยสาร ฯ ทั้งนี้ การดำเนินมาตรการลดค่าครองชีพควรดำเนินการควบคู่กับนโยบายรัฐสวัสดิการ ในด้านการศึกษา ผู้สูงอายุ การสาธารณสุข สาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน
          2. รัฐต้องมีมาตรการช่วยเหลือผู้ใช้แรงงานที่ถูกละเมิดสิทธิแรงงาน อันสืบเนื่องมาจากวิกฤติการณ์อุทกภัยช่วงเดือนตุลาคม-พฤศจิกายน 2554ผู้ใช้แรงงานจำนวนมากในเขตพื้นที่นิคมอุตสาหกรรม จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี นนทบุรี สมุทรสาคร นครปฐม และกรุงเทพมหานคร ประกอบด้วย แรงงานในระบบจ้างเหมาช่วง (Sub-contracting) แรงงานข้ามชาติ แรงงานในระบบ รวมทั้งแรงงานนอกระบบ ได้รับผลกระทบจากการเลิกจ้างไม่เป็นธรรม การเลิกจ้างไม่จ่ายค่าชดเชย การตัดลดสวัสดิการ การสั่งย้ายให้ทำงานต่างพื้นที่การปิดสถานประกอบการ รัฐจึงต้องมีมาตรการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น เช่น การช่วยเหลือเยียวยาจ่ายค่าจ้างค้างจ่ายและค่าชดเชยตามกฎหมาย การจัดตั้งกองทุนเพื่อการสนับสนุนประกอบอาชีพ การแก้ไขกรณีประกันว่างงานให้สามารถใช้สิทธิในกรณีที่นายจ้างประกาศหยุดงาน
          3. รัฐและรัฐสภาต้องสนับสนุนการปฏิรูประบบแรงงานสัมพันธ์ เพื่อให้เกิดการคุ้มครองผู้ใช้แรงงานทุกภาคส่วน ภายใต้หลักการที่สอดคล้องกับหลักอนุสัญญาองค์กรแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) ฉบับที่ 87 และ 98 เพื่อสร้างหลักประกันในสิทธิเสรีภาพในการรวมตัวและเจรจาต่อรอง การพัฒนากรอบคิดแรงงานสัมพันธ์ จากความสัมพันธ์แบบ “นายกับบ่าว” ไปสู่ “ หุ้นส่วนสังคมและเศรษฐกิจ” และการมุ่งสร้างกระบวนการแรงงานสัมพันธ์เพื่อความเป็นธรรม

 

 
ข้อเรียกร้องติดตาม
          1. รัฐต้องให้สัตยาบันอนุสัญญาองค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) ฉบับที่ 87ว่าด้วยเสรีภาพในการสมาคมและการคุ้มครองสิทธิในการรวมตัวกัน และอนุสัญญาฯ ฉบับที่98 ว่าด้วยการปฏิบัติตามหลักการแห่งสิทธิในการรวมตัวและการร่วมเจรจาต่อรองภายในปี พ.ศ. ๒๕๕๕ เพื่อสร้างหลักประกันในสิทธิในการรวมตัวและการเจรจาต่อรอง
          2. รัฐและรัฐสภาต้องปฏิรูประบบประกันสังคมเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมทางสังคม และปฏิรูปโครงสร้างการบริหารงานระบบประกันสังคมให้เป็นอิสระ ผู้ประกันตนมีส่วนร่วม โปร่งใสตรวจสอบได้ และจะต้องเร่งรัดนำ ร่าง พ.ร.บ.ประกันสังคม ฉบับ 14,264 รายชื่อ เข้าสู่การพิจารณาในสภาผู้แทนราษฎรโดยเร่งด่วน
          3. รัฐต้องกำหนดค่าจ้างแรงงานที่เป็นธรรมให้ครอบคลุมผู้ใช้แรงงานทุกภาคส่วนโดยกำหนดนิยามค่าจ้างขั้นต่ำให้เป็นค่าจ้างแรกเข้าที่มีรายได้พอเพียงเลี้ยงชีพตนเองและครอบครัวอีก 2 คนตามหลักการขององค์การแรงงานระหว่างประเทศ ทั้งนี้ โครงสร้างค่าจ้างของแรงงานให้มีการปรับค่าจ้างทุกปี โดยคำนึงถึงค่าครองชีพทักษะฝีมือ และลักษณะงาน ทั้งนี้ รัฐจะต้องแก้ไขมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน 2554 ที่ให้คงอัตราค่าจ้างขั้นต่ำของทุกจังหวัดไว้ที่วันละ 300 บาทเท่ากันทั่วประเทศ ในปี พ.ศ. 2557 และปี พ.ศ. 2558
          4. รัฐต้องยกเลิกการแปรรูปหรือการแปลงสภาพรัฐวิสาหกิจทุกรูปแบบ จัดตั้งกองทุนพัฒนารัฐวิสาหกิจ เพื่อให้เกิดการพัฒนาศักยภาพหน่วยงานรัฐวิสาหกิจในการให้บริการประชาชน
          5. รัฐต้องดำเนินการปรับปรุงแก้ไขกฎหมายเลือกตั้งในระดับชาติ และระดับท้องถิ่นเพื่อให้ผู้ใช้แรงงานที่ทำงานในเขตพื้นที่สถานประกอบการใดๆ ตั้งแต่ ๒ ปีขึ้นไปมีสิทธิเลือกตั้งและลงสมัครรับเลือกตั้งในพื้นที่นั้น ๆ เพื่อให้สะท้อนถึงเจตนารมณ์ของประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่
          6. รัฐต้องเร่งรัดให้มีการพัฒนากลไกการเข้าถึงสิทธิ์ การบังคับใช้พระราชบัญญัติความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ.2554 อย่างจริงจัง และเร่งจัดตั้งสถาบันส่งเสริมความปลอดภัยฯ ภายใต้การมีส่วนร่วมของกลุ่มผู้ใช้แรงงานทุกภาคส่วน
          7. รัฐต้องจัดตั้งกองทุนประกันความเสี่ยงจากการลงทุนโดยให้นายจ้างและรัฐบาลสมทบเงินเข้ากองทุน เพื่อเป็นหลักประกันในการคุ้มครองสิทธิแรงงาน เมื่อมีการเลิกจ้างหรือเลิกกิจการไม่ว่ากรณีใดก็ตาม ผู้ใช้แรงงานควรมีสิทธิได้รับเงินชดเชยจากกองทุน รวมทั้งการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดีระหว่างนายจ้างกับลูกจ้างได้
          8. รัฐต้องสนับสนุนการจัดตั้งศูนย์เลี้ยงเด็กหรือศูนย์พัฒนาเด็ก ให้แก่ผู้ใช้แรงงาน สอดคล้องกับวิถีชีวิตของแรงงาน ในบริเวณเขตพื้นที่อุตสาหกรรมหรือสถานที่ทำงาน
          9. รัฐต้องเร่งรัดให้มีการพัฒนากลไกการคุ้มครองสิทธิแรงงาน และสวัสดิการสังคมเพื่อให้เกิดการเข้าถึงสิทธิ์ของแรงงานนอกระบบ และแรงงานข้ามชาติ

 



ชื่อ
เบอร์โทรศัพท์
อีเมล
หัวข้อ
รายละเอียด
รหัสป้องกันสแปม CAPTCHA Image



 *





Copyright © 2010 All Rights Reserved.

ศูนย์ช่วยเหลือและจัดการวิกฤติแรงงาน
อีเมล : wgal@labourcrisiscenter.com
เว็บไซต์ : htpp://www.labourcrisiscenter.com
 

เว็บไซต์นี้ “ มูลนิธิเอเชียสนับสนุนเว็บไซด์นี้ภายใต้โครงการของ โครงการบรรเทาผลกระทบต่อคนทำงานอันสืบเนื่องจากวิกฤติเศรษฐกิจโลก ความคิดเห็นที่นำเสนอบนเว็บไซต์นี้เป็นของ โครงการบรรเทาผลกระทบต่อคนทำงานอันสืบเนื่องจากวิกฤติเศรษฐกิจโลก เท่านั้น และไม่จำเป็น ว่ามูลนิธิเอเชียจะเห็นพ้องด้วยแต่ประการใด” The Asia Foundation supports this website through a project with Working Group on Alleviating the Impact of the Global Economic Crisis on Affected Labors Project The views express on this website are solely those of the Working Group on Alleviating the Impact of the Global Economic Crisis on Project and do not necessary reflect the views of the Foundation