dot dot
bulletประวัติศาสตร์แรงงานไทย
bulletศูนย์รับเรื่องร้องเรียนกรณีค่าจ้างไม่เป็นธรรม
bulletเชิญร่วมลงรายมือชื่อสนับสนุนและผลักดันร่างพรบ.ประกันสังคมฉบบัที่ 14,264 รายชื่อ
bulletผลสำรวจค่าครองชีพผู้ใช้แรงงาน
bulletใบแถลงข่าว ผลสำรวจค่าครองชีพผู้ใช้แรงงาน
bulletข้อเรียกร้องวันกรรมกรสากลคณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย 1 พ.ค. 55
bulletแบบเสนอชื่อเสนอกฎหมายพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ (ฉบับที่..) พ.ศ. .. ( ฉบับบูรณาการแรงงาน )
dot
มุมกฎหมาย
dot
bulletพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ ๒๕๑๘
bulletพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑
bulletพระราชบัญญัติ แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ พ.ศ. ๒๕๔๓
bulletพระราชบัญญัติประกันสังคม และกฎหมายลำดับรอง
bulletพระราชบัญญัติ เงินทดแทน พ.ศ. ๒๕๓๗
bulletพ.ร.บ การทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ. ๒๕๒๑
bulletพระราชบัญญัติกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ พ.ศ. ๒๕๓๐
bulletพระราชบัญญัติ จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. ๒๕๒๒
bulletพระราชบัญญัติ จัดหางานและคุ้มครองคนหางาน (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๗ มาตราที่ ๑-๓๗
bulletกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง
dot
หน่วยงานด้านแรงงาน
dot
bullet องค์กรแรงงาน
bulletกระทรวงแรงงาน
bulletกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน
bulletสำนักงานประกันสังคม
bulletสมาคมส่งเสริมความปลอดภัยและอนามัยในการทำงาน (ประเทศไทย )
bulletสำนักความปลอดภัย
bulletกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน
bulletกรมจัดหางาน
bulletศาลแรงงานกลาง
dot
คำสั่งเจ้าพนักงาน
dot
dot
ฎีกาที่น่าสนใจ
dot
bulletการสื่อสารเฉพาะ ๘ พื้นที่ และภาคี
dot
สมัครสมาชิก
ชื่อผู้ใช้ :
รหัสผ่าน :
เข้าสู่ระบบอัตโนมัติ :
bullet ลืมรหัสผ่าน
bullet สมัครสมาชิก
dot


แบนเนอร์ตัวอย่าง


คลินิกโรคจากการทำงาน ปี 2555 สถานการณ์สุขภาพความปลอดภัยแรงงานไทย

 

คลินิกโรคจากการทำงาน ปี 2555 สถานการณ์สุขภาพความปลอดภัยแรงงานไทย
Sun, 2012-04-08 23:52
 
สมบุญ สีคำดอกแค
ประธานสภาเครือข่ายกลุ่มผู้ป่วยจากการทำงานและสิ่งแวดล้อมแห่งประเทศไทย  
ข้อเสนอต่อการแก้ไขปัญหาการเข้าถึงสิทธิทางสุขภาพและความปลอดภัยในการทำงานเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของผู้ใช้แรงงาน
การริเริ่มผลักดันแพทย์และคลินิกโรคจากการทำงาน เป็นข้อเสนอและเรียกร้องต่อรัฐบาลของสภาเครือข่ายกลุ่มผู้ป่วย ในนามสมัชชาคนจนมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2538 สถานการณ์ช่วงแรกๆ นั้น มีแพทย์หญิงอรพรรณ์ เมธาดิลกกุล จาก รพ.ราชวิถี ทำหน้าที่วินิจฉัยคนคนงานเพียงผู้เดียว
จนมาปัจจุบัน จากการเข้าร่วมฟังและร่วมเป็นวิทยากรในการประชุมชี้แจงการดำเนินโครงการคลินิกโรคจากการทำงาน  2555 เมื่อวันที่ 4 เมษายน 2555 โดยมีท่านเผดิมชัย สะสมทรัพย์ มาเป็นประธานในพิธีกล่าวเปิด ได้กล่าวถึงภาพรวมว่า ปัจจุบันสำนักงานประกันสังคมกับกระทรวงสาธารณสุขได้ทำสัญญาตกลงร่วมกันเมื่อวันที่ 6 กรกฏาคม 2548 ให้มีการดำเนินการคลินิกโรคจากการทำงาน แบ่งเป็นระดับต้น ระดับกลาง ระดับสูง โดยคณะกรรมการกองทุนเงินทดแทนได้จัดสรรงบประมาณสนับสนุนทั้งเชิงรุกและเชิงรับ เพื่อดูแลลูกจ้างในการส่งเสริม ป้องกัน เฝ้าระวังและอุบัติเหตุจากการทำงาน ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายรัฐด้านแรงงาน โดยเพิ่มศักยภาพกองทุนเงินทดแทนในการดูแลลูกจ้างที่ประสบอันตรายจากการทำงาน ซึ่งมี รพ.ในสังกัดที่สามารถขยายเพิ่มในปี 55 จำนวน 14 แห่ง จากเดิม 68 แห่ง รวมเป็น 82 แห่ง เพื่อให้สามารถดูแลลูกจ้างจำนวน 8.22ล้านคน ครอบคลุมสถานประกอบการ 338,270 แห่ง จากข้อมูลสถิติกองทุนเงินทดแทนปี 54 สามารถลดการประสบอันตรายกรณีหยุดงานเกิน 3 วันขึ้นไป ให้เหลือ 4.55 ต่อพันราย จากอันตราย 5.37 ต่อลูกจ้างพันรายในปี พ.ศ.2553
ในขณะที่ รศ.ดร.เฉลิมชัย ชัยกิติตภรณ์ ผู้ร่วมอภิปรายบนเวทีได้ให้ข้อมูลว่า ทั่วโลกมีผู้ใช้แรงงานประสบอันตรายจากการทำงานปีละ 250 ล้านคน เสียชีวิต 325,000 คน เป็นโรคจากการทำงาน 160 ล้านคน ทั้งนี้ จากการรายงานสถิติการประสบอันตรายของสำนักงานกองทุนเงินทดแทนยังต่ำกว่าค่าประเมินการ นั่นคือความจำเป็นที่ทำให้คลินิกโรคจากการทำงานต้องได้รับการพัฒนาให้มีการวินิจฉัยโรคให้มากขึ้น ประกอบกับอนาคตอันใกล้ ไทยจะก้าวเข้าสู่เวทีอาเซียน ซึ่งจะมีการแข่งขันสูง จึงทำให้การพัฒนางานด้านนี้ใความจำเป็นและสำคัญอย่างยิ่ง
ที่ผ่านมางานอาชีวอนามัยของอาเซียนได้มีการตั้งเครือข่ายแล้ว เรียกว่า Asfan oshnet มีการแบ่งงาน โดยไทยรับเรื่องการพัฒนา มาเลเซียรับเรื่องมาตรฐาน ฟิลิปปินส์รับเรื่องฝึกอบรม อินโดนีเซียรับเรื่องวินิจฉัย สิงคโปร์รับเรื่องตรวจรักษา
สถานการณ์ที่ผ่านมา เกาหลีกับสิงคโปร์มีอัตราการวินิจฉัยโรคสูงมาก ขณะที่ จีน โรคซิริโคซิส ญี่ปุ่น นิวโมนิโคโอซิสมีแนวโน้มลดลง ไทยภาคเกษตรโรคจากสารเคมีสูง แต่กองทุนของเรายังไม่ได้ให้การคุ้มครอง ขณะที่เวียดนาม โรคซิลิโคซิสพบผลการวินิจฉัยสูง เพราะมี ILO เข้าไปช่วย รองลงมาคือโรคหูจากเสียงดัง และโรคบิสซิโนซิส  สิงค์โปรมีการตรวจสุขภาพวินิจฉัยชัดเจน การได้ยินจากเสียงดังแนวโน้วจึงลดลง เป็นเพราะผลการใช้กฎหมายเข้มงวดจริงจัง เกาหลียังมีโรคกล้ามเนื้อและโครงสร้างกระดูก เขาจึงเอาจริงจัง มีแพทย์เชี่ยวชาญมากขึ้น ตัวเลขผลการวินิจฉัยจึงสูงขึ้น กระทรวงแรงงานเรา ยังมีการรายงานต่ำกว่ามาตรฐานมาก แม้แนวโน้มโรคทางกายศาสตร์จะมากเหลือเกิน เพราะคนงานยกของหนักรีบเร่ง แต่โรคทั้งหมดสามารถป้องกันได้ ซึ่งเรามีสมัชชาสุขภาพแห่งชาติครั้งที่ 4 ที่ผลักดันให้ไทยรับอนุสัญญา 155 160 และ 187 เพื่อให้เราจะต้องทำงานส่งเสริมป้องกันให้เต็มที่   
สภาเครือข่ายกลุ่มผู้ป่วยฯมองว่า นโยบายการพัฒนาอุตสาหกรรมของไทย ตั้งแต่ พ.ศ. 2503 ถึงปัจจุบัน ทำให้เกิดการขยายตัวของภาคอุตสาหกรรม กว่า 5 ทศวรรษ ยังขาดการเตรียมความพร้อมในการพัฒนา การให้ความรู้กับผู้ใช้แรงงานที่เข้ามาทำงานในโรงงานอุตสาหกรรมควบคู่กันไป ทำให้ผู้ใช้แรงงานต้องทำงานกับเครื่องจักร วัสดุอุปกรณ์ เทคโนโลยีที่ทันสมัย หรือสารเคมีอันตรายที่นำเข้ามาใช้ในกระบวนการผลิต หรือระบบการทำงานที่รีบเร่ง เพื่อการลดต้นทุนการผลิต ทำให้ส่งผลกระทบต่อผู้ใช้แรงงานในด้านสุขภาพอนามัย เกิดการประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยด้วยโรคจากการทำงานมีแนวโน้มสูงและทวีความรุนแรงขึ้นด้วย  จากสภาพปัญหาหลายๆ อย่าง การจ้างงานในราคาถูกเพื่อลดต้นทุน คนงานจึงต้องหารายได้ด้วยการทำโอที 12 ชม.ต่อ 6 วัน ต่อสัปดาห์ หรือ 80 ชม.ต่อสัปดาห์ ซึ่งในต่างประเทศเขาทำกันแค่ 35 ชม.ต่อสัปดาห์เท่านั้น
ประเทศในอาเซียนหลายประเทศมีเทคโนโลยีต่ำ แต่การแข่งขันสูง ยิ่งโดยเฉพาะในลาว เขมร เวียดนาม คนงานจึงขาดความมั่นคง เพราะลักษณะการจ้างงานมีการยืดหยุ่นสูง เน้นการจ้างเหมา เอางานกลับไปทำข้างนอก มีแรงงานนอกระบบ แรงงานข้ามชาติซึ่งไม่มีสวัสดิการและกฎหมายคุ้มครอง ขาดความปลอดภัย การเจ็บป่วยด้วยโรคจากพิษภัยที่มองไม่เห็นต่างๆ และโรคที่สืบเนื่องจากการทำงานด้วยการเร่งการผลิต จนทำให้คนงานเป็นโรคโครงสร้างกระดูกจำนวนสูงสุด ทั้งยังมีปัญหาที่คนงานยังขาดความเข้าใจและการเข้าถึงสิทธิได้ยากเย็น
การศึกษาข้อมูลตัวเลขสถิติการเจ็บป่วย ประสบอันตราย ทุพพลภาพ เสียชีวิตหรือสูญหายจากการทำงาน หากมองย้อนหลังไป 9 ปี  (ตั้งแต่ปี 2545-2553) คนงานที่ได้สิทธิตามกฎหมายพระราชบัญญัติเงินทดแทน พ.ศ. 2537 (Workmen’s Compensation Act) พบว่า
1.) จำนวนการประสบอันตรายรวม 9 ปี             1,706,779 คน
2.) จำนวนผู้ประสบอันตรายเฉลี่ยปีละ                  189,642 คน
3.) อัตราการประสบอันตรายเฉลี่ยปีละ 25 คน/ลูกจ้าง   1,000 คน
4.) จำนวนผู้เสียชีวิตปีละ                                       791 คน
5.) จำนวนผู้ทุพลภาพปีละ                                       13 คน
6.) จำนวนผู้สูญเสียอวัยวะบางส่วน                         3,194 คน
7.) จำนวนเงินทดแทนที่เบิกจ่ายเฉลี่ยปีละกว่า      1,500 ล้านบาท
8.) จำนวนผู้เสียชีวิตเฉลี่ยตกวันละ                             1.2 คน  
ความสูญเสียที่เกิดขึ้นจากการทำงานนี้  นอกจากจะส่งผมต่อสุขภาพกายใจของคนงานแล้วยังทำให้สูญเสียโอกาสในการประกอบอาชีพ ทั้งความสูญเสียที่เกิดขึ้นทางตรง และทางอ้อม คือทางด้านจิตใจ ซึ่งไทยยังไม่มีการประเมินค่าสูญเสียในด้านการดำรงชีวิตของแรงงาน หรือในเชิงคุณภาพชีวิตซึ่งไม่อาจประเมินค่าหรือทดแทนได้
แม้ในปี 2550 สภาเครือข่ายกลุ่มผู้ป่วยฯ เครือข่ายแรงงาน และเครือข่ายประชาชน จะผลักดันจนกฎหมายรัฐธรรมนูญไทย บัญญัติในมาตรา 44 ว่า ”คนทำงานย่อมมีสิทธิได้รับหลักประกันด้านความปลอดภัยและสวัสดิกาพในการทำงานหรือเมื่อพ้นสภาพการทำงาน” แต่สภาพความเป็นจริง คนงานยังไม่ได้รับการบริการด้านสุขภาพ และสิทธิตาม พรบ.เงินทดแทน พ.ศ.1537 * หรือแม้กระทรวงแรงงานจะผลักให้ ครม.มีมติเมื่อวันที่ 11 ธันวาคม 2550 ยกเรื่อง “สุขภาพความปลอดภัยให้เป็นวาระแห่งชาติ แรงงานปลอดภัยสุขภาพอนามัยดี” แต่รัฐก็ยังไม่มีการตั้งงบประมาณเรื่องนี้อย่างจริงจัง โยนให้เรื่องสุขภาพความปลอดภัยของคนงานอยู่ที่กระทรวงแรงงานอย่างเดียว ถึงแม้จะมีการตั้งคลินิกโรคขึ้นมามากมายถึง 82 แห่ง แต่ทำไมคนงานถึงยังเข้าไม่ถึงสิทธิ ซึ่งยังไม่รู้ว่าตัวเลขคนงานที่เจ็บป่วยประสบอันตราย เสียชีวิต ที่หายไปจากสถิติมีจำนวนเท่าไหร่ ทั้งนี้ก็มีปัจจัยหลายเรื่องดังนี้
(1)  ปัจจัยตัวลูกจ้าง
1.1  ปัญหาขาดความรู้ ความเข้าใจสิทธิประโยชน์เงินทดแทนที่พึงต้องได้รับตามกฎหมาย เพราะเข้าไม่ถึงข้อมูล เพราะวันหนึ่งๆ ต้องทำงานอย่างน้อยวันละ 8-12 ชม
1.2 ปัญหาความไม่กล้าใช้สิทธิกองทุนเงินทดแทน เพราะกลัวว่า อาจถูกนายจ้างกลั่นแกล้ง หรือเลิกจ้างไม่เป็นธรรมได้  ไม่เข้าใจขั้นตอน หลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขเวลาและการให้ข้อมูลในการเข้าถึงสิทธิประโยชน์กองทุนเงินทดแทนในแต่ละกรณี จึงทำให้สูญเสียสิทธิที่ควรได้โดยไม่จำเป็น
1.3 ลูกจ้างจำนวนมากได้รับค่าจ้างต่ำ แบกรับภาระค่าครองชีพที่สูงในการเลี้ยงดูคู่สมรสหรือบิดามารดาและบุตรที่กำลังศึกษาเล่าเรียนอยู่ ทำให้ต้องจำยอมอดทนทำงานโอทีหลายชั่วโมงเป็นประจำต่อเนื่อง ภายใต้สภาวะแวดล้อมในการทำงานที่มีความเสี่ยงสูงจากความเหนื่อยล้าจึงทำให้ประสบอันตรายในการทำงานได้ง่าย
1.4 เมื่อคนงานหนึ่งคนเรียกร้องสิทธิ คนงานในสถานประกอบการ หรือบางสหภาพแรงงาน กลับมองว่า คนที่ป่วยที่ใช้สิทธิตามกฎหมายเป็นตัวเจ้าปัญหาจะทุบหม้อข้าวตัวเอง  
(2)  ปัจจัยด้านนายจ้าง
2.1  นายจ้างกลัวเสียภาพลักษณ์ของผู้ลงทุน ห่วงว่าถ้ามีข่าวคราวการประสบอุบัติเหตุ /เจ็บป่วยจากการทำงานจำนวนมาก อาจถูกลดคำสั่งซื้อ (ORDER) เพราะผิดกฎจรรยาบรรณทางการค้า (CODE OF CONDUCT) ในประเด็นการดูแลความปลอดภัยในการทำงานที่มีข้อตกลงกับคู่ค้าต่างประเทศ
2.2  นายจ้างส่วนหนึ่งไม่ต้องการเปิดเผยข้อมูลประสบอันตรายในการทำงานของลูกจ้างจำนวนมากในสถานประกอบการ เพราอาจกระทบต่อการถูกวินิจฉัยจากเจ้าหน้าที่เงินทดแทนให้ต้องจ่ายเงินสมทบอัตราใหม่มากขึ้นในอนาคต นายจ้างไม่แจ้งการประสบอันตรายของลูกจ้างแก่เจ้าหน้าที่ภายใน 15 วันตามกฏหมาย เพื่อความสะดวกของลูกจ้างในการใช้สิทธิเงินทดแทน มีโทษแค่ปรับไม่เกิน 10,000 บาทหรือจำคุกไม่เกิน 1 เดือน ซึ่งเป็นโทษที่น้อยมาก
2.3 นายจ้างบางส่วนมีเจตนาจะลดต้นทุนการผลิตให้มากที่สุด เพื่อหวังผลกำไรสูงสุด โดยไม่ยอมลงทุนปรับปรุงเครื่องจักร/อุปกรณ์การผลิตสินค้าให้มีความปลอดภัยในการทำงาน
2.4 นายจ้างบางราย ไม่ยอมรับการวินิจฉัยของแพทย์ ให้ลูกจ้างแจ้งการประสบอันตรายที่ไม่เนื่องจากการทำงานโดยให้ใช้ประกันสังคม หรือให้ไปหาแพทย์คนใหม่ ทำให้ลูกจ้างถึงสิทธิช้า หรือให้ใช้สิทธิประกันสุขภาพหมู่ซึ่งไม่ใช่จากการทำงาน จึงไม่มีสถิติการเจ็บป่วยประสบอันตรายในสถานประกอบการ หรือกลั่นแกล้ง เลิกจ้างลูกจ้างที่ประสบอันตรายจากการทำงาน
2.5 นายจ้างไม่เขียนหรือกรอกข้อมูลถึงสาเหตุของการเจ็บป่วยหรือการประสบอันตรายเนื่องจากการทำงาน ทำให้ไม่มีข้อเท็จจริงครบถ้วนและเป็นผลให้ลูกจ้างถูกวินิจฉัยว่าการเจ็บป่วยหรือประสบอันตรายจากการทำงานว่าไม่ได้เกิดเนื่องจากการทำงาน ถูกกองทุนปฎิเสธ
2.6 นายจ้างหรือเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงาน (จป.) ไม่สนับสนุนดูแลความปลอดภัยฯ ในสถานประกอบการชัดเจนจริงจัง หรือไม่ปฏิบัติตามความเห็นของคณะกรรมการความปลอดภัยฯ (คปอ.) ย่อมทำให้ลูกจ้างบาดเจ็บหรือเจ็บป่วยเนื่องจากการทำงานได้ง่ายมากขึ้น
2.7  การตรวจสุขภาพประจำปีให้กับคนงาน ไม่ได้ตรวจตามปัจจัยเสี่ยง หรือเอ๊กซเรย์ฟิลม์เล็ก และไม่ใช่แพทย์อาชีวเวชศาสตร์ ฯ ตรวจอย่างไรก็หาไม่เจอโรค  
(3)  ปัจจัยด้านหน่วยงานรัฐและผู้บังคับใช้กฎหมาย พ.รบ.เงินทดแทนพ.ศ.2537
3.1  ยังขาดนโยบายเตรียมความพร้อมแรงงานที่จะเข้าสู่ตลาดการจ้างงานในสังคมอุตสาหกรรม
3.2 โครงการ Zero Accident จริงๆ เป็นนโยบายที่ดี แต่กับมีปัญหา เพราะทำให้สถานประกอบการปกปิดกรณีลูกจ้างประสบอันตราย หรือบ่ายเบี่ยงส่งเข้าประกันสังคม หรือกองทุนสุขภาพ ทำให้ลูกจ้างไม่สามารถเข้าถึงสิทธิตามกฎหมายว่าด้วยเงินทดแทน
3.3  พนักงานเจ้าหน้าที่ พื้นที่ ที่รับเรื่องร้องเรียน ไม่อำนวยความสะดวกรวดเร็วเพียงพอ บางครั้งบ่ายเบี่ยงให้ลูกจ้าง กลับไปแจ้งนายจ้างหรือให้ใช้สิทธิกองทุนประกันสังคม โดยลูกจ้างไม่เข้าใจ ไม่กล้าโต้แย้ง
3.4  เจ้าหน้าที่ไม่แนะนำให้ลูกจ้างเข้าใจหลักเกณฑ์วิธีการเข้าถึงสิทธิประโยชน์กองทุนเงินทดแทนอย่างชัดเจน ซึ่งต้องมีข้อมูลเอกสารหลายอย่าง และแพทย์ที่วินิจฉัยมาแจ้ง แก่เจ้าหน้าที่อย่างครบถ้วน เพราะขาดประสบการณ์ในการทำงาน และหรือถูกกดดันจากฝ่ายนายจ้าง
3.5  กระบวนการวินิจฉัยของคณะกรรมการการแพทย์ ในหลายกรณีมีความล่าช้ามาก และลูกจ้างบางรายอาจ เสียชีวิตหรือพิการ หรือถูกไล่ออก ไม่สามารถอดทนรอคอยความเป็นธรรมจากคำวินิจฉัยของพนักงานเจ้าหน้าที่เงินทดแทน ต่อไปได้
3.6 หลักเกณฑ์เงื่อนไขที่จะได้รับค่ารักษาพยาบาลที่แบ่งเป็นวงเงินตามความจำเป็นเบื้องต้น กรณีเป็นโรคเรื้อรัง และกรณีต้องผ่าตัดใหญ่ มีปัญหากรณีที่ลูกจ้างบางรายต้องทำการรักษาพยาบาลต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน หรือต้องรอการพิจารณาอุทธรณ์ของคณะกรรมการกองทุนเงินทดแทน ทำให้ไม่สามารถเข้าถึงการรักษาพยาบาลที่จำเป็นต่อเนื่องรวดเร็วได้
3.7  เจ้าหน้าที่ที่วินิจฉัย คณะกรรมการแพทย์ คณะกรรมการอุทธรณ์กองทุนเงินทดแทน ไม่ยอมรับคำวินิจฉัยของแพทย์แผนปัจจุบันชั้น 1 ซึ่งเป็นผู้รักษา มีขั้นตอนการวินิจฉัยซ้ำ หรือกลับคำวินิจฉัยให้ลูกจ้าง ไม่เนื่องจากการทำงาน ทำให้แพทย์ผู้รักษาไม่อยากวินิจฉัยโรคจากการทำงาน ทำให้ต้องอุทธรณ์ และต่อสู้คดีต้องใช้ระยะเวลานานถึง 3-4 ปี จึงจะได้เป็นข้อยุติ
3.8 บางกรณีที่ชนะคดีในการฟ้องเพิกถอนคำวินิจฉัยของคณะกรรมการแพทย์ คณะกรรมการอุทธรณ์ ตามคำพิพากษาของศาลแรงงานกลาง แต่ก็ติดปัญหาในกรณีเรื่องการทดแทนสิทธิประโยชน์เนื่องจากขณะที่ป่วยและถูฏเลิกจ้าง หรือ ลาออกงานมาพักรักษาตัวที่บ้าน ไม่ได้รักษาพยาบาลกับแพทย์อย่างต่อเนื่องเพราะถูกระงับสิทธิประกันสังคมในการรักษาพยาบาลตัวไปก่อนระหว่างที่รอผลคำวินิจฉัย ประกอบกับไม่มีเงินสำรองในการรักษาตัวก่อน จึงเป็นสาเหตุให้ไม่มีหลักฐานที่จะเบิกค่าทดแทนการขาดรายได้การหยุดงานตามความเห็นของแพทย์
3.9  คณะอนุกรรมการและคณะกรรมการการแพทย์ กองทุนเงินทดแทน  ดำเนินการประชุมเพื่อพิจารณาพยานหลักฐานความเจ็บป่วยของลูกจ้างค่อนข้างล่าช้า
3.11 ศักยภาพการตรวจวัดประเมินความเสี่ยงสภาพแวดล้อมในการทำงานตามกฎหมายรัฐยังทำได้น้อย ตรวจได้เพียงปีละประมาณ 17,000 กว่าแห่ง จากสถานประกอบการกว่า 4 แสนแห่ง ด้วยข้อจำกัดทั้งบุคลากร และองค์ความรู้ 
(4)  ปัจจัยด้านแพทย์และสถานพยาบาล
4.1  แพทย์จำนวนมากขาดแคลนองค์ความรู้ด้านอาชีวเวชศาสตร์  ทำให้ไม่สามารถวินิจฉัยสาเหตุการประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยจากการทำงาน 
4.2  แพทย์บางรายจะไม่ยอมวินิจฉัยว่าลูกจ้างเจ็บป่วยเนื่องจากการทำงาน  ถ้านายจ้างไม่อนุญาตหรือ  ยินยอมเห็นชอบด้วย  หรือ กลัวภาระตามมาภายหลังที่อาจต้องไปชี้แจงกับเจ้าหน้าที่หรือขึ้นศาลและเป็น
4.3  แพทย์บางราย ระบุในใบรับรองแพทย์ให้ลูกจ้างลาป่วยจำนวนน้อยเพียง 1-2 วัน  ซึ่งไม่เพียงพอต่อการหยุดพักรักษาตัว  ทำให้ต้องไปหาหมอบ่อยครั้ง หรือ ลาหยุดงานกับนายจ้างบ่อยๆ
4.4  สถานพยาบาลจำนวนมาก  ไม่มีนโยบายบริหารจัดการที่คำนึงถึงอาชีวอนามัย  โดยสนับสนุนให้แพทย์เรียนรู้ด้านอาชีวเวชศาสตร์  และมีโอกาสทำงานด้านนี้ได้ก้าวหน้าต่อเนื่องในสถานพยาบาล  ทำให้ลูกจ้างต้องเดินทางไปแสวงหาแพทย์หลายคน ในหลายสถานพยาบาลเพื่อวินิจฉัยความเจ็บป่วยของตน
4.5 มีการจัดตั้งคลินิกโรคจากการทำงานในโรงพยาบาลศูนย์/โรงพยาบาลทั่วไปปัจจุบันมีกว่า 82 แห่ง แต่มาตรฐาน ยังมีความแตกต่าง
4.6 ต้องสนับสนุนคลินิกโรคจากการทำงาน ให้เกิดการวินิจฉัยโรคมากขึ้น และควรมีสิ่งจูงใจให้แพทย์พยาบาลทางด้านอาชีวเวชศาสตร์
(1) ข้อเสนอแนะต่อลูกจ้างและองค์กรลูกจ้าง
1.1 ต้องให้ความสำคัญและสนใจ การศึกษา การฝึกอบรม เพื่อการเข้าถึงข้อมูลที่ถูกต้อง   
1.2 ต้องมีนโยบาย โครงสร้าง แผนงานด้านสุขภาพและความปลอดภัยในการทำงานอย่างต่อเนื่องภายในองค์กรแรงงาน และมีผู้รับผิดชอบที่ชัดเจน (อาทิเช่น มีฝ่ายความปลอดภัยอาชีวอนามัยในการทำงาน)
1.3 ต้องเข้าไปมีส่วนร่วมในการกำหนดนโยบาย แผนงานด้านสุขภาพและความปลอดภัยในการทำงาน ร่วมกับนายจ้าง / หน่วยงานภาครัฐ และร่วมปฏิบัติการ
1.4 ต้องสร้างเครือข่ายสุขภาพและความปลอดภัยในการทำงาน เพื่อการแลกเปลี่ยนข้อมูลและประสบการณ์ระหว่างกันและกันในการแก้ไขปัญหากรณีการเจ็บป่วยด้วยโรคและการประสบอันตรายจากการทำงานของลูกจ้าง และการเข้าถึงสิทธิตามกฎหมายอย่างเป็นธรรม
(2) ข้อเสนอแนะต่อนายจ้างและองค์กรนายจ้าง
2.1 ต้องปฏิบัติตามกฎหมายเงินทดแทน พ.ศ. 2537 และกฏหมายความปลอดภัยฯที่เกี่ยวข้อง
อาทิ ส่งใบ กท. 16) ต่อเจ้าหน้าที่ฝ่ายสิทธิประโยชน์เงินทดแทน ภายใน 15 วัน เพื่อเจ้าหน้าที่เป็นผู้วินิจฉัยสิทธิประโยชน์เงินทดแทนเร็วขึ้น  และทำการแจ้งส่งตัวลูกจ้างเข้ารับการรักษาพยาบาลในสถานพยาบาลอย่างรวดเร็ว
2.2 ต้องมีนโยบายและแผนงานงบประมาณด้านสุขภาพแลความปลอดภัยในการทำงาน และมีผู้บริหารที่รับผิดชอบงานด้านสุขภาพและความปลอดภัยในการทำงานที่ชัดเจนในสถานประกอบการ (โดยไม่ใช่เป็นงานฝากของฝ่ายบุคคลหรือกรรมการผู้จัดการ/หัวหน้างาน) รวมทั้งต้องให้ลูกจ้างเข้าไปมีส่วนร่วม
2.4 ต้องเรียกประชุม คณะกรรมการความปลอดภัยอาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงาน (คปอ.) ของสถานประกอบกิจการ อย่างต่อเนื่องและปฏิบัติตามผลการประชุมโดยเร่งด่วน
2.5 ต้องส่งเสริมการทำหน้าที่ด้านความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ความปลอดภัย ระดับวิชาชีพ (จป.) อย่างจริงจัง  ไม่ควรให้ (จป.) ทำงานทุกอย่าง ที่ไม่สอดคล้องกับตำแหน่งหน้าที่ตนเอง 
(3) ข้อเสนอแนะต่อสำนักงานกองทุนเงินทดแทน แพทย์สถานพยาบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง (กระทรวงแรงงาน)
3.1 กระทรวงแรงงานต้องมีนโยบายให้สำนักงานประกันสังคมสำรวจตรวจสอบการขึ้นทะเบียนของนายจ้างและลูกจ้าง โดยประสานข้อมูลกับอุตสาหกรรมจังหวัด พาณิชย์จังหวัดอย่างต่อเนื่อง
3.2 ประกันสังคมต้องทำงานเชิงรุก ต้องมีการทำงานประชาสัมพันธ์เผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับกองทุนเงินทดแทนและหลักเกณฑ์ขั้นตอนการเข้าถึงสิทธิประโยชน์กรณีต่างๆ แก่ลูกจ้างและนายจ้างอย่างทั่วถึง
3.3 เจ้าหน้าที่กองทุนเงินทดแทนต้องตรวจสอบและดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัดในกรณีที่นายจ้างไม่ส่งเงินสมทบเข้ากองทุนเงินทดแทน หรือส่งล่าช้า
3.4 เจ้าหน้าที่ฝ่ายประโยชน์ทดแทน ต้องมีหลักการรับเรื่องและการยื่นเรื่อง แบบแจ้งการประสบอันตรายเจ็บป่วยหรือสูญหายและคำร้องขอรับเงินทดแทนตาม พรบ.เงินทดแทน พ.ศ.2537 โดยเร็วไม่มีเงื่อนไข
3.5 ฝ่ายประโยชน์ทดแทน ควรรับเรื่องการยื่นใช้สิทธิ์ของลูกจ้างตามแบบแจ้งการประสบอันตรายเจ็บป่วยหรือสูญหายและคำร้องขอรับเงินทดแทนตาม พรบ.เงินทดแทน พ.ศ.2537 และการกรอกข้อมูลข้อเท็จจริงควรสอบถามลูกจ้างอย่างละเอียดชัดเจน เพื่อสำหรับเป็นข้อมูลการประกอบคำวินิจฉัยพิสูจน์สิทธิประโยชน์เงินทดแทนไม่ควรเขียนรวบรัด(เพราะลูกจ้างไม่สามารถเขียนเองได้)
3.6 ให้มีการจัดทำเกณฑ์วินิจฉัยโรคจากการประกอบอาชีพที่เป็นมาตรฐาน และเป็นที่ยอมรับรวมถึงการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง
3.7 จะต้องมีการปรับปรุงแก้ไขกฎหมายพรบ.เงินทดแทน พ.ศ. 2537 ที่จะนำไปสู่การลดข้อจำกัดต่างๆ เหมาะสมกับสถานการณ์ของปัญหาที่เปลี่ยนแปลงไปเพราะกฏหมายดังกล่าวใช้มากว่า 18 ปี โดยเน้นกระบวนการมีส่วนร่วมจากทุกภาค
3.8 กระบวนการวินิจฉัยพิสูจน์สิทธิประโยชน์ตั้งแต่ระดับเจ้าหน้าที่วินิจฉัย อนุกรรมการหน่วย คณะกรรมการแพทย์กองทุนเงินทดแทน ในแต่ละขั้นตอนของการพิสูจน์สิทธิประโยชน์กองทุนเงินทดแทน ควรมีระยะเวลาไม่เกิน 60 วัน เพราะที่ผ่านมาไม่มีกำหนดระยะเวลาไว้
3.9 กระบวนการวินิจฉัยพิสูจน์สิทธิประโยชน์เงินทดแทนในชั้นการอุทธรณ์ของคณะกรรมการกองทุนเงินทดแทนไม่ควรเกิน 30 วัน
3.10 กระบวนการวินิจฉัยพิสูจน์สิทธิประโยชน์ของลูกจ้างที่เจ็บป่วยด้วยโรคและการประสบอันตรายจากการทำงาน ต้องมีการเชื่อมประสานกันระหว่าง ลูกจ้างที่ได้รับเจ็บป่วยด้วยโรคและประสบอันตรายจากการทำงาน องค์กรลูกจ้าง นายจ้าง สำนักงานกองทุนเงินทดแทน กองตรวจความปลอดภัย กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน แพทย์ที่เชี่ยวชาญอาชีวเวชศาสตร์และสิ่งแวดล้อม  โดยทำงานเชิงรุกต้องเข้าไปตรวจสอบในสถานประกอบการนั้นๆ โดยทันทีที่มีการเจ็บป่วยหรือการประสบอันตรายจากการทำงานของลูกจ้างเกิดขึ้นทุกกรณี เพื่อป้องกันหรือแก้ไขปรับปรุงสภาพแวดล้อมให้ดีขึ้น และลดการสูญเสียในอนาคต แบบซ้ำซาก
3.11 เสนอให้มีการปรับปรุง อัตราค่ารักษาพยาบาล ตามกฎกระทรวงกำหนดอัตราค่ารักษาพยาบาลที่ให้นายจ้างจ่าย พ.ศ. 2551 เสนอหลักการควรมีการปรับปรุงวงเงินค่ารักษาพยาบาลอย่างน้อย 5 ปีต่อครั้ง เพื่อให้เหมาะสมกับสถานการณ์เศรษฐกิจค่าครองชีพที่เปลี่ยนแปลง
3.12 สำนักงานประกันสังคมจะพัฒนาประชาสัมพันธ์ระบบข้อมูลข่าวสารสนเทศให้เข้าถึงคนทำงานเข้าถึงคลินิกโรคจากการทำงาน ได้ง่ายและอย่างทั่วถึง
3.13 จะต้องมีแผนงานในการเพิ่มศักยภาพการตรวจวัดประเมินความเสี่ยงสภาพแวดล้อมในการทำงานที่ชัดเจน ทั้งด้าน เพิ่มอัตรากำลัง และมาตรฐานในการตรวจวัดประเมินความเสี่ยง
3.14 สร้างมาตรฐานของแพทย์  พยาบาล บุคลากร ด้านอาชีวอนามัย รวมทั้ง เกณฑ์วินิจฉัยโรคจากการทำงาน ให้เป็นมาตรฐานสากล และเป็นมาตรฐานในระดับเดียวกัน
3.13 มีการส่งเสริมสนับสนุนให้มีแพทย์และพยาบาลอาชีวอนามัยอย่างเพียงพอ รองรับการดูแลลูกจ้างที่มาใช้บริการ อย่างต่อเนื่องโดยเพิ่มแรงจูงใจให้มากกว่านี้
(4) ข้อเสนอต่อนโยบายรัฐบาล
4.1 ต้องมีนโยบายแผนงานแห่งชาติพัฒนาระบบงานอาชีวเวชศาสตร์เพื่อให้มีการผลิตบุคลกรทางการแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญในสาขาอาชีวเวชศาสตร์และสิ่งแวดล้อมที่มีคุณภาพและปริมาณเพียงพอในระยะยาว การจัดตั้งคลินิกโรคจากการทำงาน ที่ต้องคำนึงถึงมาตรฐาน การจัดบริการที่สามารถทำให้ลูกจ้าง นายจ้างเข้าถึงได้ง่าย
4.2 ต้องมีนโยบายชัดเจนที่จะพัฒนาส่งเสริมป้องกันการประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยจากการทำงานเพื่อลดการสูญเสียในอนาคตของลูกจ้าง นายจ้างลดรายจ่ายการส่งเงินสมทบเข้ากองทุนเงินทดแทน
4.3 ต้องให้มีนโยบายส่งเสริมเรื่องตรวจสุขภาพลูกจ้าง ที่สอดคล้องกับปัจจัยเสี่ยงในการทำงานตามกฎกระทรวงอย่างต่อเนื่องโดยลูกจ้างมีสิทธิเลือกแพทย์สถานพยาบาล.เพื่อสร้างหลักประกันความมั่นใจของลูกจ้าง
4.4 รัฐบาลลงสัตยาบันต่ออนุสัญญาขององค์การแรงงานระหว่างประเทศที่จำเป็นต่อบริการอาชีวอนามัยและความปลอดภัยในการทำงาน ดังนี้
<!--[if !supportLists]--><!--[if !supportLists]-->
-      
<!--[endif]--><!--[endif]-->
ฉบับที่ 155 ว่าด้วย ความปลอดภัยในการทำงานและอาชีวอนามัย  ค.ศ.1981 (พ.ศ.2524)
-       ฉบับที่ 161 ว่าด้วย การบริการอาชีวอนามัย ค.ศ.1985 (พ.ศ.2528)
-       ฉบับที่ 187 ว่าด้วยกรอบงานส่งเสริมความปลอดภัยในการทำงานและอาชีวอนามัย ค.ศ.2006 (พ.ศ.2549)
4.5 ร่วมกับเครือข่ายแรงงาน สภาเครือข่ายกลุ่มผู้ป่วยงานจากการฯ องค์กรนายจ้าง องค์กรลูกจ้าง และภาคีเครือข่ายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) สถาบันการศึกษาที่ผลิต/อบรมบุคลากรด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัยในการทำงาน สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ กระทวงอุตสาหกรรม และกระทรวงอื่นๆ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกระดับ ร่วมกันพัฒนารูปแบบการทำงาน ด้านอาชีวอนามัยฯ  เพื่อนำไปสู่ “วัฒนธรรมความปลอดภัย” ในการทำงาน
4.6 การบังคับใช้กฎหมาย พรบ.ความปลอดภัยอาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงานอย่างจริงจัง
4.7 ควรมีการจัดตั้งสถาบันส่งเสริมความปลอดภัยอาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงานที่เป็นองค์กรมหาชน มีส่วนร่วม และบูรณาการ มาทำงานด้านการคุ้มครองสุขภาพและความปลอดภัยในการทำงาน ให้กับแรงงานไทยโดยมีศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ โครงสร้างกรรมการต้องมาจากการสรรหา


ชื่อ
เบอร์โทรศัพท์
อีเมล
หัวข้อ
รายละเอียด
รหัสป้องกันสแปม CAPTCHA Image



 *


ความปลอดภัยอาชีวอนามัยสิ่งแวดล้อม

ศาลสั่งจ่าย3หมื่นล้าน! บ้านปูแพ้คดีโครงการถ่านหินในลาวต่อกลุ่ม"ศิวะ งานทวี"
พม่าประท้วงต้านเหมืองแร่จีนเกรงสร้างมลพิษ
บึ้ม! โรงพิมพ์คุรุสภา ลาดพร้าว ไฟลวกเจ็บ 3 สาหัส 1
ชาวบ้านค่ายเฮ..ศาลปกครองพิพากษาเพิกถอนจัดตั้งนิคมฯ
ภาคประชาชนไทย-เทศ รวมตัว UN ทวงถามการเจรจาแก้ปัญหาโลกร้อนอย่างเป็นธรรม
บึ้มสนั่น! รง.น้ำแข็งกลางเมืองโคราช สาหัส 4 ราย บ้านพังยับ 4 หลัง
คลิปสยอง 4 ช่างทาสีชาวจีนโดนไฟฟ้าหมื่นโวลต์ดูดจนไฟลุกติดร่าง !!
สยอง! เครื่องตีเส้นบะหมี่บดแขนสาวโรงงาน
กรีนพีซพบสารปนเปื้อนนิคมฯบางปู จี้นิคมอุตสาหกรรมต้องรับผิดชอบ
ระยองโมเดล ต้นแบบการบูรณาการในการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อม
รัฐวางกรอบเลิกใช้แร่ใยหินใน5ผลิตภัณฑ์3-5ปี
20ปีมลพิษอุตสาหกรรม ข้อเสนอเพื่อก้าวพ้นตายผ่อนส่ง
เหยื่อ รง.บีเอสทีระเบิด แค้นนาน 2 เดือน ยังไม่ได้เงินเยียวยา รวมตัวไล่รองผู้ว่าฯ ระยองไปอยู่ใต้
คุณภาพสวล.หลังเพลิงไหม้นิคมฯมาบตาพุดปกติ
คพ.ตรวจคุณภาพน้ำรอบนิคมบางปู
ตรวจโรงงานนิคมอุตฯบางปูทิ้งน้ำเสีย
กนอ.วางมาตรการมาบตาพุด-สร้างความเชื่อมั่น
เตาหลอมระเบิด คนงานดับสยอง 1 เจ็บ 5
แฉ!น้ำในมาบตาพุดเจอสารปนเปื้อนเพียบ
กรมควบคุมมลพิษ พบสารก่อมะเร็งในน้ำเสีย นิคมฯ บางปู
เหมืองหินในเวียดนามถล่มมีผู้เสียชีวิต 9 คน
ข่ายผู้ป่วยถาม รมว.แรงงาน BST ระเบิดตายมากกว่าข่าว 5 เท่า?
ผู้ประกอบโรงงานผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ลอบทิ้งกากอุตฯ ในท้องนา
อดีตคนงาน แฉ โรงงานนิคมมาตพุดระเบิด!!
เกิดปรากฏการณ์แปลกน้ำทะเลตลอดชายหาดชะอำกลายเป็นสีเขียวเข้ม-มีกลิ่นเหม็น
ผลตรวจน้ำบางปะกงพบสารเคมีปะปน เตือนชะลอเลี้ยงปลาในกระชัง
รัฐบาลพร้อมช่วยผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุระเบิดที่มาบตาพุด
19 ปีไฟไหม้โรงงานเคเดอร์ คนงานเร่งรัฐตั้งสถาบันส่งเสริมความปลอดภัยคนงาน-เลิกใช้แร่ใยหิน
โทลูอีน : กับความเสี่ยงต่อการแท้งและความผิดปกติของทารกในครรภ์
รัฐ เลิกใช้แร่ใยหิน จวก บริษัทใหญ่ไร้จริยธรรม บิดเบือนข้อมูล
ผู้เชี่ยวชาญสับ รบ.โกหก ย้ำสารโทลูอีนมีพิษร้าย
เข้ม รง.2 พันแห่งรื้อแผนประเมินความเสี่ยง ก.อุตฯ จ้องลงดาบสั่งปิดหากไม่ทำตามแผน
จ่ายชดเชยผู้เสียชีวิต มาบตาพุด ครอบครัวละ 1 ล้าน
รมว.อุตฯสั่งสอบโรงงานทั่วประเทศ ทบทวนใบอนุญาต
คสรท. ร่อนแถลงการณ์ ร้องรัฐดูแลความปลอดภัยอุตสาหกรรมอันตรายด้วย
รมว.อุตฯ ตรวจโรงงานอดิตยาเบอร์ล่า แก๊สรั่ว
ชาวบ้านแปดริ้วสุดทน หลังภาคอุตฯ โตแบบไร้ขีดจำกัดก่อนแอบทิ้งน้ำเสียลงคลอง
แนะภาครัฐควรปฏิรูป ระบบจัดการด้าน สวล.และความปลอดภัยในมาบตาพุด
แถลงการณ์ฉบับที่ 1 สภาเครือข่ายกลุ่มผู้ป่วยจากการทำงานและสิ่งแวดล้อมแห่งประเทศไทย
ชาวบ้านมาบตาพุดผวาปัญหาโรงงานระเบิด-แก๊สรั่ว
บทเรียนจากมาบตาพุด...เพียงพอหรือยัง??/บรรจง นะแส
อุตฯจ่อถกทบทวน3พันโรงงานประเมินเสี่ยง
เร่งตรวจสอบโรงงานเก็บสารเคมีทั้งหมด
ก๊าซพิษรั่วเพิ่มอีกนิคมฯเหมราช
ก.แรงงาน ชี้แจงเงินช่วยเหลือผู้บาดเจ็บโรงงานระเบิด
5 มิ.ย. วันสิ่งแวดล้อมโลก
ชาวบ้านมาบตาพุด รุมจวกโรงงานระเบิด-สารเคมีรั่ว
กนอ.ถกกรมโรงงานฯ เตรียมเข้าตรวจสอบ รง.กว่า 60 แห่งภายใน 35 วัน
ตรวจสอบคุณภาพสิ่งเเวดล้อม
ผลกระทบ มาบตาพุด
แก๊สรั่วซ้ำ มาบตาพุด หลังนายกเดินทางกลับ
นักวิชาการชี้ “โทลูอีน” ระยะยาวมีผลต่อไขกระดูกและโลหิต อาจกลายเป็นมะเร็งในเม็ดเลือด
ตายกี่ศพสถาบันส่งเสริมความปลอดภัยฯถึงจะเกิด
โรคคีย์บอร์ดแผลงฤทธิ์
ไฟไหม้ รง.ปิโตรเคมีกรุงเทพซินธิติกส์ นิคมฯมาบตาพุต บึ้นสนั่น-อพยพวุ่น!
พบนมยี่ห้อดังในจีนปนเปื้อนสารพิษก่อมะเร็ง
เหยื่อซัลเฟอร์ฯ โรงไฟฟ้าแม่เมาะสิ้นลมแล้วเป็นศพที่ 18 จาก 130 ผู้ป่วย
คลินิกโรคจากการทำงาน ปี 2555 สถานการณ์สุขภาพความปลอดภัยแรงงานไทย
ชี้แจงคำนิยามผู้ป่วยฉุกเฉิน
กนอ.เผยยังไม่มีการทำ EIA นิคมบางสะพาน
พื้นคอนกรีตห้างถล่มทับคนงาน เจ็บ 9 คาดเร่งสร้าง
นักวิจัยพบ “รังสี” จากโรงไฟฟ้าญี่ปุ่นใน “สาหร่ายทะเล” นอกชายฝั่งตะวันตกสหรัฐฯ
สารเคมีรั่วโรงงานฟอกยีนส์ปทุมฯ หามคนงานส่ง รพ.
คปก.ชงร่าง พรฎ.ตั้งสถาบันส่งเสริมความปลอดภัยฯ
คสรท.ฉะนโยบายความปลอดภัยในการทำงานยังเข้าไม่ตรงจุด นายจ้างเลี่ยงจ่ายเงินสมทบกองทุน
ตำรวจชี้ รถก๊าซ LPG ระเบิด เหตุคนขับ ประมาท
เด็กกว่า 500 คนเหยื่อล่าสุดของภัยสารตะกั่วในจีน
จีนกักตัวผู้บริหาร รง. 7 ราย โทษปล่อยสารพิษลงแม่น้ำ
สื่อจีนโวย เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นจัดการปัญหาสารพิษในแม่น้ำ ยอดแย่
รอบ 5 เดือน โรงงานไฟไหม้กว่า 14 แห่ง เสียหายกว่าพันล้าน
สตรีดีเด่นด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม
อินเดียเตรียมทบทวนคำสั่งห้ามส่งออกฝ้าย
สิงคโปร์ปล่อยก๊าซคาร์บอนฯมากที่สุดในเอเชียแปซิฟิก
หนีวุ่น! แอมโมเนียโรงน้ำแข็งรั่ว โชคดีไร้เจ็บ-ตาย
โรงงานเคมีเหอเป่ยบึ้ม แรงระเบิดรัศมี 2,000 เมตร ดับแล้ว 13 ศพ
นักวิชาการญี่ปุ่น ชี้ ไทยนำเข้า “แร่ใยหิน” สูงเป็นอันดับ 4 ของโลก จี้หยุดใช้ทันที
ถกร่าง พรฎ.สถาบันความปลอดภัย คนงานย้ำต้องเป็นอิสระจากรัฐ
เผยภาพโรงฟอกหนัง แถวปากอ่าวไทย จังหวัดสมุทรปราการ เส้นใหญ่แอบปล่อยน้ำเสียลงทะเลอย่างโจ๋งครึ่ม แบบไม่กลัวใครเห็น
โรงงานหลอมเหล็กจีนบึ้ม ตาย 13 เจ็บ 17
อุบัติเหตุเหมืองถ่านหินที่หูหนาน ดับแล้ว 15 ศพ
ถามหา ‘มาตรฐานสากล’ รถบรรทุกแก๊สฯ คว่ำ อุบัติเหตุไม่คาดฝัน ‘สินค้าอันตราย’
คกก.สมานฉันท์แรงงานไทย ค้านร่างกม.จัดตั้งสถาบันความปลอดภัย
จี้ “เผดิมชัย” แก้สัดส่วน กก.ไตรภาคีสถาบันความปลอดภัย
จับพนักงานโรงงานจีน ปล่อยสารพิษลงแม่น้ำ
TCIJ: กลุ่มอนุรักษ์ฯ ค้านผู้ว่าฯ อุดร ส่อชง ‘เหมืองโปแตช’ เข้า ‘ครม.สัญจร’
วิดีโอ ข่าวเที่ยง Thai PBS สภาเครื่อข่ายกลุ่มผู้ป่วยฯ ยื่นหนังสือคัดค้านร่างพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งสถาบันส่งเสริมความปลอดภัยฯ
แรงงานจีนในโรงงานไอแพดร้องความปลอดภัยเพิ่ม
กลุ่มโรคไต ร้อง สปส.ปรับค่าฟอกเลือดเป็น 1,500 บ.
กสร.ตั้ง พนง.ตรวจความปลอดภัย เน้นรู้เฉพาะทางคุมสถานประกอบการ
ไฟไหม้โกดังเก็บยาฆ่าแมลงธัญบุรี สารเคมีฟุ้งทั่ว
สารไนตริก4ตันรั่วที่นวนครโชคดีกู้ทัน (ไอเอ็นเอ็น)
เพลิงไหม้โรงงานสกรีนเสื้อผ้า คนงานเจ็บหลายคน ลูกชายของคนงานวัย 12 ปี กำลังนั่งทำการบ้านหนีไม่ทันถูกไฟคลอกเสียชีวิต คาดเครื่องรีดผ้าชำรุดเพราะเครื่องร้อนจนมีแรงดันเกิดการระเบิด
กฟผ.จะให้คนแม่เมาะต้องตกเป็นเหยื่อต้องตกนรกตลอดชาติอยู่อย่างนี้หรือ?
พม่าล้มโรงไฟฟ้าถ่านหินทวาย-อิตัลไทย ห่วงใยสภาพแวดล้อม
อุตฯแปดริ้วหลังสั่งปิดโรงผสมสีไม่มีกำหนด
โรงงานผลิตสีฉะเชิงเทราบึ้ม! เคมีรั่ว-หมดสติ 20 ราย
ผู้ป่วยจากการทำงาน ท้อ หวังพึ่งขบวนการยุติธรรม
ภาคประชาชนร้อง “นายกฯ” ใส่ใจหลักประกันสุขภาพ เน้นความเท่าเทียม
ท่อส่งน้ำมันระเบิดในโคลอมเบีย ย่างสด11ศพบาดเจ็บกว่า80
โกดังเก็บสารเคมีที่พม่าระเบิด ดับ 17 คน เจ็บ 73 คน
เมืองไม่เอาถ่าน// //ดร.ชิต เหล่าวัฒนา
สลด! สาวออฟฟิศจีนดับเพราะทำงานหนัก-เครียด
ทบทวนการดำเนินคดีสิ่งแวดล้อม
แคนาดาถอนตัว “พิธีสารเกียวโต” ประเทศแรก หลังที่ประชุมโลกร้อนคลอดโรดแมปใหม่
แท่นขุดเจาะน้ำมันรัสเซียล่ม ดับ 4 สูญหายอื้อ
การประชุมสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโลก เห็นชอบให้มีการจัดทำข้อตกลงว่าด้วยการลดก๊าซเรือนกระจกฉบับใหม่ขึ้นแทนที่พิธีสารเกียวโต
แรงงานชาวกัมพูชามากกว่า 1,500 คน ในโรงงานสิ่งทอหรือโรงงานผลิตรองเท้าเป็นลมล้มป่วยในปีนี้ เนื่องจากทำงานมากเกินไป สุขภาพย่ำแย่ การได้รับสัมผัสสารเคมี เจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลกัมพูชา ระบุ
กรีนพีซพบ ของเล่นในจีนปนเปื้อนพิษโลหะหนักกว่ามาตรฐาน 1,300 เท่า
ลูกจ้างพม่า ร้องนายจ้างไม่แลหลังบาดเจ็บจากการทำงานนานหลายเดือน
รัสเซียประกาศเตือนหลังสารเคมีรั่วไหล
รบ. จีนปิด รง.เคมีตามคำขอ หลังชาวบ้านต้าเหลียนประท้วงหลายพัน
สปส.เพิ่มสิทธิรักษาผ่าตัดหัวใจ 6 กรณี มีผลบังคับใช้แล้ว!
50 ปี "ฝนเหลือง" - ไปชมภาพชุด เหยื่อพิกลพิการในเวียดนาม
โรคแพ้ตึก ระบาด อาคารกักสารพิษ!
ทำงานเกินเวลาเพิ่มอัตราเสี่ยงโรคหัวใจ
โรงงานแป้งมันระเบิด ที่โคราช บาดเจ็บ 7
ลูกเสี่ยงภัยทุกวัน ๆ จาก...สารเคมี ! (รักลูก)
กรมโรงงานอุตฯ เตรียมศึกษาเลิกใช้แร่ใยหินใน 5 ผลิตภัณฑ์
เหมืองถ่านหินยูเครนระเบิด! 16 คนงานดับ-อีก 9 ชีวิตยังไม่รู้ชะตากรรม
ขอคัดค้านการพิจารณายกร่างกฎหมายการจัดตั้งสถาบันส่งเสริมความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน
เหตุสารพิษปนเปื้อนแม่น้ำในเสฉวน ทำชาวบ้านผวาเร่งตุนน้ำ
ไฟลุกท่วมคลอกดับ 2 ศพ! รถน้ำมัน 5 หมื่นลิตรพลิกคว่ำ “วังน้ำเขียว”
ไฟไหม้โรงงานผลิตกล่องพลาสติกในรัฐแคลิฟอร์เนีย
เกิดเหตุดินถล่มทับคนงานพม่าที่ภูเก็ตดับคาท่อระบายน้ำ
พบเกษตรกรรับพิษจากสารกำจัดศัตรูพืชเกือบ 2,000 ราย‏
• ระยองประกาศเขตอันตรายโรงงานเอเพ็คฯ มีสารเคมีอันตรายมหาศาล
ปี 2553 แรงงานประสบอันตรายจากการทำงานกว่า 1.4 แสนราย เสียชีวิต 619 ราย จัดสัปดาห์ความปลอดภัย 7-9 ก.ค.นี้ ที่ไบเทค บางนา
สู้กับซัมซุง ชัยชนะที่ขมขี่นของครอบครัวผู้สูญเสีย
ติวเข้มแรงงาน (ป่วย) เรื่องสิทธิเงินทดแทน
หวาดเสียว! คนจีนห้อยตัวสร้างทางเดินริมผาชัน
พบตุ่มปริศนา พนักงานหญิงโรงเพ้นท์
คนงานเดือดร้อน! เจ็บป่วยจากการทำงาน ร้องเรียนคณะกรรมการลูกจ้างช่วยเหลือด่วน!
สารตะกั่วพ่นพิษครั้งใหญ่ เด็กนับร้อยโดนพิษอ่วม
เท็ปโกเผย 2 คนงานโรงไฟฟ้าฟูกูชิมะรับรังสีเกินขีดจำกัด
ชะลอตั้ง ส.ความปลอดภัยฯ ชี้ สัดส่วนไม่เป็นธรรม
เหมืองถ่านหิน.. ทำลายชีวิตและจิตใจคนมองโกล
18 ปี 188 ศพ โศกนาฎกรรมเคเดอร์ กำลังจะสูญเปล่า???
“ฟุกุชิมาฮีโร่” ใครจะรู้ว่าพวกเขาคือคนงานที่ขาดความมั่นคง
จี้ ก.แรงงาน กำหนด 10 พ.ค.เป็นวันความปลอดภัยในการทำงาน รำลึกเหตุการณ์ "เคเดอร์"
กฟผ.แจงดูแลคนป่วยจากมลพิษซัลเฟอร์ฯต่อเนื่อง-
คคส.ชี้แรงงานท่อใยหินเสี่ยงมะเร็งปอด
สารเคมีที่เป็นข่าวระดับโลกAsbestos แร่ใยหิน
สลด! เด็กจีนดื่มนมปนเปื้อนไนเตรต ดับ 3 ป่วยอีก 35
คนงานผลิตชิ้นส่วนไอแพดเหยื่อสารพิษ ขอค่ารักษาพยาบาลจากสตีฟ จ็อบส์
ความคืบหน้าการประชุมกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ร่าง พรบ.เงินทดแทน (ฉบับ ...)พ.ศ.....
โรงงานผลิตพลุปราจีนฯ บึ้มตายแล้ว 1 เจ็บ 9
เครนล้มทับคนงานสร้างตึกรพ.สัตว์เกษตรดับ 2
แฉIBASหนุนเลิกแร่ใยหิน ขู่เลิกกิจการเหตุต้นทุนพุ่ง30%
เครือข่ายพัฒนาคุณภาพชีวิตแรงงานด้านสุขภาพเสนอเพิ่มเติมร่างพ.ร.บ.เงินทดแทน
ตายเกลี้ยงแล้ว 4 โจทก์แม่เมาะชุดแรกหลังหอบสังขารเข้า รพ.นับสิบปี
เสาไฟฟ้าแรงสูงโค่นทับคนงานเจ็บ 5 ตาย1
"โรงงานผลิตยาระเบิด" หัวหน้าแผนกดับอนาถ!
คนงานพม่าตกโครงเหล็กสนามไดร์ฟกอล์ฟดับ!
เครื่องจักรโรงงาน “ตอร์ตียา” ในนิวยอร์ก กลืนคนงานดับสยอง
พบเด็กจีนอีกนับพันมีสารตะกั่วในเลือดเกินขีดปลอดภัย
กรณีฉาวเด็กตะกั่วจีน เพิ่มเป็นกว่า 2พันคนแล้ว
ตี๋ หมวยเลือดตะกั่วกระฉูดเพิ่มอีกนับ 1,000 ราย
3คนงานกู้ซากเรือหมดสติติดในถังLPG2ชม.
โวยแท้งลูก-รับสารพิษในงานไม่ได้เงินทดแทน-เหตุหมอเฉไฉ
ศาลพิพากษา บ.ตะกั่วฯ ชดใช้กะเหรี่ยงบ้านคลิตี้ 36 ล้าน
ก๊าซแอมโมเนีย "รง.จีเอฟพีที" รั่ว มีผู้ป่วยแล้วกว่า 100 ราย
จีนสูบน้ำออกจากเหมืองช่วยอีก 26 ชีวิตที่ยังติดอยู่ข้างใต้
พิพากษาฎีกาแล้ว 15 ปี ที่ต้องรอคอย..... ของกลุ่มผู้ป่วยปอดเสื่อมจากการทำงานด้วยโรคบิสซิโนซิสปอดอักเสบจากฝุ่นฝ้าย
ไฟไหม้โรงานผลิตรองเท้าแฟชั่นวอดกว่า 5 ล้านย่างสด 3 คนงานดับคากองเพลิง (สำหรับสมาชิก)
เหมืองเอกวาดอร์พัง-เหมืองจีนถล่มดับ 20 ฝังอีก 30
สภามีมติเอกฉันท์ผ่านร่าง พ.ร.บ.ประกันสังคม
ชาวแปดริ้วครวญน้ำเสียปากอ่าวทำปลาตายหนี้ท่วมนับล้านบาท
เลิกสินค้าแร่ใยหิน เกมสกัดคู่แข่งขัน! จับตามติ ครม. โหนกระแส
หินถล่มคนงานเวียดนาม 13 คนตายคาเหมือง
อ่างเก็บน้ำเสียโรงงานแตก ทะลักท่วมไร่นาเสียหายหนัก
26 มกราคม 2554 สภาผู้แทนราษฎรรับหลักการวาระ 1 ร่าง พระราชบัญญัติประกันสังคม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (ทั้งฉบับคณะรัฐมนตรี
ผลการสำรวจของกลุ่มรณรรงค์สิ่งแวดล้อมในปักกิ่ง เผยบริษัทย แอปเปิล (Apple) ล้มเหลวในการแก้ไขปัญหามลพิษ และดูแลสุขภาพของคนงานในโรงงานผลิตชิ้นส่วนผลิตภัณฑ์ของบริษัท อาทิ ไอโฟน (iPhone)
ชี้ปี 53 โลกร้อนเป็นประวัติการณ์ (ไทยโพสต์) เผยปีที่แล้วโลกมีอากาศร้อนที่สุด นับตั้งแต่เริ่มวัดสภาพอากาศในปี 2423 นักวิทยาศาสตร์ชี้ตั้งแต่ปี 2543 ทำสถิติปีที่ร้อนที่สุดมาตลอด บ่งถึงวิกฤติโลกร้อนจากการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
เหยื่อเด็กโดนพิษสารตะกั่วเพิ่มเป็นกว่า 600 คน
ชาวจีนหลายร้อยคนบุกพังโรงงานมรณะก่อมลพิษทำลายเด็ก
เด็กจีนอีกนับร้อยมีสารตะกั่วในเลือดสูงเกิน, 28 คน เข้ารพ.แล้ว
คดีคลิตี้ : บทเรียนที่ไม่เคยจำของรัฐ-นักลงทุน
โรงงานเตาอบระเบิด ย่างสดคนงาน ดับ 1 เจ็บ 3
คนงานฟ้อง เจ้าของโรงงาน มักง่ายใช้สารพิษแทนแอลกอฮอล์
สลด!คนงานบังกลาเทศโดดตึกหนีไฟนรก
เพลิงไหม้โรงงานเย็บผ้าบังกลาเทศ



แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล
รหัสป้องกันสแปม *CAPTCHA Image





Copyright © 2010 All Rights Reserved.

ศูนย์ช่วยเหลือและจัดการวิกฤติแรงงาน
อีเมล : wgal@labourcrisiscenter.com
เว็บไซต์ : htpp://www.labourcrisiscenter.com
 

เว็บไซต์นี้ “ มูลนิธิเอเชียสนับสนุนเว็บไซด์นี้ภายใต้โครงการของ โครงการบรรเทาผลกระทบต่อคนทำงานอันสืบเนื่องจากวิกฤติเศรษฐกิจโลก ความคิดเห็นที่นำเสนอบนเว็บไซต์นี้เป็นของ โครงการบรรเทาผลกระทบต่อคนทำงานอันสืบเนื่องจากวิกฤติเศรษฐกิจโลก เท่านั้น และไม่จำเป็น ว่ามูลนิธิเอเชียจะเห็นพ้องด้วยแต่ประการใด” The Asia Foundation supports this website through a project with Working Group on Alleviating the Impact of the Global Economic Crisis on Affected Labors Project The views express on this website are solely those of the Working Group on Alleviating the Impact of the Global Economic Crisis on Project and do not necessary reflect the views of the Foundation