dot dot
bulletประวัติศาสตร์แรงงานไทย
bulletศูนย์รับเรื่องร้องเรียนกรณีค่าจ้างไม่เป็นธรรม
bulletเชิญร่วมลงรายมือชื่อสนับสนุนและผลักดันร่างพรบ.ประกันสังคมฉบบัที่ 14,264 รายชื่อ
bulletผลสำรวจค่าครองชีพผู้ใช้แรงงาน
bulletใบแถลงข่าว ผลสำรวจค่าครองชีพผู้ใช้แรงงาน
bulletข้อเรียกร้องวันกรรมกรสากลคณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย 1 พ.ค. 55
bulletแบบเสนอชื่อเสนอกฎหมายพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ (ฉบับที่..) พ.ศ. .. ( ฉบับบูรณาการแรงงาน )
dot
มุมกฎหมาย
dot
bulletพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ ๒๕๑๘
bulletพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑
bulletพระราชบัญญัติ แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ พ.ศ. ๒๕๔๓
bulletพระราชบัญญัติประกันสังคม และกฎหมายลำดับรอง
bulletพระราชบัญญัติ เงินทดแทน พ.ศ. ๒๕๓๗
bulletพ.ร.บ การทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ. ๒๕๒๑
bulletพระราชบัญญัติกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ พ.ศ. ๒๕๓๐
bulletพระราชบัญญัติ จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. ๒๕๒๒
bulletพระราชบัญญัติ จัดหางานและคุ้มครองคนหางาน (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๗ มาตราที่ ๑-๓๗
bulletกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง
dot
หน่วยงานด้านแรงงาน
dot
bullet องค์กรแรงงาน
bulletกระทรวงแรงงาน
bulletกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน
bulletสำนักงานประกันสังคม
bulletสมาคมส่งเสริมความปลอดภัยและอนามัยในการทำงาน (ประเทศไทย )
bulletสำนักความปลอดภัย
bulletกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน
bulletกรมจัดหางาน
bulletศาลแรงงานกลาง
dot
คำสั่งเจ้าพนักงาน
dot
dot
ฎีกาที่น่าสนใจ
dot
bulletการสื่อสารเฉพาะ ๘ พื้นที่ และภาคี
dot
สมัครสมาชิก
ชื่อผู้ใช้ :
รหัสผ่าน :
เข้าสู่ระบบอัตโนมัติ :
bullet ลืมรหัสผ่าน
bullet สมัครสมาชิก
dot


แบนเนอร์ตัวอย่าง


ลูกจ้างโรงงานถูกเลิกจ้างปิดทางเข้าโรงงานร้องขอค่าชดเชย

 

ลูกจ้างโรงงานถูกเลิกจ้างปิดทางเข้าโรงงานร้องขอค่าชดเชย
 
            คดีล้นศาลแรงงาน ลูกจ้าง 500 คนปักหลักประท้วงหน้าโรงงานในนิคมโรจนะอยุธยา หลังถูกเลิกจ้างกะทันหัน เรียกร้องผู้บริหารมาเจรจาเงินชดเชย เตรียมยกขบวนร้องผู้ว่าฯช่วย ขณะที่หลายบริษัททยอยเลิกจ้างอีก 1,500 คน ล่าสุดม็อบบุกปิดทางเข้าออกโรงงาน จนผู้บริหารยอมจ่ายเงินชดเชยให้ตามที่เรียกร้อง 60-120 วัน พร้อมนัดให้มารับเงินในวันที่ 11 ธ.ค. ที่สำนักงาน สวัสดิการและแรงงานกรุงเก่า ขณะที่สภาองค์กรลูกจ้างเผยอยุธยาแชมป์ปลดคนงาน
 
จากกรณีบริษัท เอ็มแอนด์เจ เทคโนโลยี จำกัด บริษัทญี่ปุ่นผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ส่งออก สวนอุตสาหกรรมโรจนะ โซนอี ม.5 ต.อุทัย อ.อุทัย จ.พระนครศรีอยุธยา ไล่ลูกจ้างซับคอนแทร็กต์ออกจำนวน 1 พันคน สร้างความเดือดร้อนให้กับลูกจ้างเป็นอย่างยิ่ง ความคืบหน้าเมื่อวันที่ 10 ธ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริเวณด้านหน้าโรงงานบริษัท เอ็มแอนด์เจ เทคโนโลยี จำกัด เลขที่ 40/36 สวนอุตสาหกรรมโรจนะ ลูกจ้างกว่า 500 คน ที่ถูกไล่ออกจากงานแบบกะทันหัน โดยคนงานที่ถูกไล่ออกเป็นคนงานจากบริษัทซับคอนแทร็กต์ จำนวน 12 แห่ง ที่ส่งเข้ามาทำงานในบริษัทแห่งนี้ไม่เกิน 1 ปี ชุมนุมกันใช้โทรโข่งปราศรัยโจมตีผู้บริหารบริษัทเอ็มแอนด์เจฯ และบริษัทซับคอนแทร็กต์ที่เป็นนายจ้างให้รับผิดชอบ ท่ามกลางแดดร้อนอบอ้าว โดยมีตำรวจ สภ.อุทัย และรถดับเพลิงของสวนอุตสาหกรรม โรจนะ มาเตรียมพร้อมรับสถานการณ์
 
น.ส.ณัฐฐาศินี คำสวัสดิ์ อายุ 23 ปี กล่าวว่า ผู้บริหารต้องมาเจรจากับคนงานในวันเดียวกันนี้ แต่ปรากฏว่าพอถึงเวลากลับไม่มาตามนัด พวกตนจะรวมตัวประท้วงต่อไป และวันที่ 11 ธ.ค.จะนำคนงานไปยื่นหนังสือต่อผู้ว่าฯ พระนครศรีอยุธยา เพื่อให้เป็นคนกลางเจรจากับผู้บริหารให้รับคนงานกลับเข้าทำงานตามเดิม หรือหากจะปลดก็ควรจ่ายเงินค่าชดเชยตามกฎหมายกำหนดโดยเร็วที่สุด และเรียกร้องให้หน่วยงานราชการช่วยเหลือหางานโรงงานอื่นให้ทำหากต้องถูกเลิกจ้างจริง
 
นางจันทิพย์ เมฆจาย อายุ 31 ปี บ้านเดิมอยู่ จ.นครสวรรค์ กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ตนตกงาน สามีขอแยกทางเพราะทนรับสภาพความยากจนไม่ได้ ทิ้งตนและลูกวัย 3 ขวบไว้ ต่อมาได้เข้าทำงานในบริษัทแห่งนี้ผ่านบริษัทซับคอนแทร็กต์ได้เพียง 4 เดือน เมื่อถูกไล่ออกก็ไม่รู้จะทำอย่างไรกับชีวิต เพราะทุกวันนี้หาเงินเพียงคนเดียว ต้องส่งเงินให้ลูกและแม่ที่ต่างจังหวัดเดือนละ 3 พันบาท ค่าเช่าห้องก็เดือนละ 1,500 บาท ค่าน้ำค่าไฟอีก 300 บาท และไหนจะค่ากินอยู่อีก ตนหมดหนทางในชีวิตแล้ว ต่อไปไม่คิดจะทำงานในโรงงานแล้ว เพราะที่ผ่านมาถูกเลิกจ้างกะทันหันหลายโรงงานแล้ว และจะหันไปทำงานในร้านอาหารแทน
 
นางทับทิม ฟักฟอง อายุ 28 ปี ชาว อ.บางบาล จ.พระนครศรีอยุธยา กล่าวว่า ตนมีลูก 1 คน วัย 7 ขวบ สามีเคยขับรถสิบล้อส่งของ เพิ่งถูกไล่ออกจากงาน ตนเข้าทำงานในบริษัทแห่งนี้ได้เพียง 4 เดือนก็ถูกไล่ออก ทำให้กลายเป็นคนตกงานทั้งผัวเมียแบบกะทันหัน ลูกก็กำลังโต ค่าใช้จ่ายในครอบครัว และต้องผ่อนส่งรถจักรยานยนต์อีกเดือนละ 1,300 บาท เมื่อตกงานทุกอย่างก็จบ และยังไม่รู้จะไปหางานที่ไหนทำ
 
ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า นอกจากนี้ยังมีบริษัทชื่อดังในสวนอุตสาหกรรมโรจนะ ซึ่งผลิตชิ้นส่วนอิเล็ก ทรอนิกส์อย่างน้อยอีก 4 แห่ง ปลดคนงานรวมกว่า 1,500 คนแล้ว เช่น บริษัท นิเด็คอิเล็กโทรนิกส์ (ประเทศไทย) จำกัด ปลดคนงาน 1,000 คน, บริษัท ไพโอเนียร์แมนูเฟคเจอร์ริ่ง (ไทย) จำกัด ปลดคนงาน 100 คน ขณะเดียวกันพบว่าบริษัท A.G.C. (ประเทศไทย) จำกัด ในสวนอุตสาหกรรมโรจนะ ที่มีคนงานจำนวน 3,000 คน เกิดกระแสข่าวว่าจะปิดโรงงานและปลดคนงานทั้งหมด เพราะปกติช่วงหยุดเทศกาลปีใหม่โรงงานจะหยุดให้ตั้งแต่วันที่ 30-31 ธ.ค.เป็นต้นไป แต่ปีนี้กลับมีประกาศติดหน้าโรงงานให้หยุดตั้งแต่วันที่ 25 ธ.ค.เป็นต้นไปจนกว่าจะพ้นเทศกาลปีใหม่ ทำให้คนงานหวั่นว่าโรงงานจะไม่เปิดต่อหลังผ่านเทศกาลปีใหม่
 
นอกจากนี้ยังพบว่าบริษัท เอ็มแอนด์เจ เทคโน โลยี จำกัด ที่ปลดคนงานออก 1,000 คน นอกจากจะผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ส่งออกนอกแล้ว ยังเป็นบริษัทผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ส่งให้บริษัท เวสเทิร์ล์ ดิจิตอล (ประเทศไทย) จำกัด ในนิคมอุตสาหกรรมบางปะอิน ซึ่งเป็นโรงงานผลิตขนาดใหญ่คนงานกว่า 20,000 คน ซึ่งพบว่าสภาพผลประกอบการชะลอตัว
 
เวลา 17.00 น. วันเดียวกัน พบว่าคนงานจำนวนกว่า 500 คน ที่ถูกปลดออกได้ฮือปิดทางเข้าออกโรงงานทุกด้าน โดยห้ามรถทุกชนิดเข้าออก และห้ามลูกจ้างเข้าออกโรงงานให้เฉพาะลูกจ้างที่ตั้งท้องเข้าออกเท่านั้น ทำให้ผู้บริหารของบริษัทที่เป็นชาวต่างชาติโดยเฉพาะจากประเทศสหรัฐอเมริกาและญี่ปุ่นต้องติดค้างอยู่ภายในโรงงาน และคนงานที่ทำงานอยู่ 700 คน ที่เป็นลูกจ้างประจำเข้าทำงานอยู่ไม่สามารถออกจากโรงงานได้ โดยมีการปราศรัยโจมตีผู้บริหารโรงงาน รวมทั้งส่วนราชการที่มีหน้าที่รับผิดชอบไม่มาดูแลและให้ความช่วยเหลือ
 
น.ส.ณัฐฐาศินี ตัวแทนลูกจ้าง กล่าวว่า ขอให้รับคนงานเข้าทำงานตามเดิม แต่หากปลดก็ขอเรียกร้อง 3 ข้อในประเด็นการจ่ายเงินชดเชย โดย 1.หากคนงานทำงานมาไม่เกิน 120 วันให้บริษัทจ่ายเงินชดเชย 60 วัน, 2.หากคนงานทำงานมาระหว่าง 120 วัน-1 ปี ให้บริษัทจ่าย 90 วัน และหากทำงานเกิน 1 ปีให้จ่าย 120 วัน ข้อเรียกร้องแบบนี้ไม่อยู่เหนือกฎหมายแรงงาน แต่ผู้บริหารก็ไม่สนใจที่จะจ่ายให้ พร้อมยืนยันปลดลูกจ้างตามเดิม และวันที่ 11 ธ.ค.จะไปยื่นหนังสือต่อผู้ว่าราชการจังหวัด
 
นายบุญเชิด เขียวขำ ที่ปรึกษาสหภาพแรงงาน สภาองค์กรลูกจ้างพัฒนาแห่งประเทศไทย กล่าวว่า สหภาพแรงงานบริษัทแห่งนี้เป็นสมาชิกของสภาองค์กรลูกจ้าง โดยมีภาคีเครือข่ายโรงงานเข้าช่วยเหลือในการเรียกร้องตามกฎหมายแรงงาน ซึ่งที่ผ่านมาพบว่าโรงงานในเขต จ.พระนครศรีอยุธยา มีการปลดคนงานแบบกะทันหันมากที่สุดในประเทศไทย รวมจำนวนแล้วกว่า 10,000 คน สาเหตุมาจาก 2 ประเด็นที่รัฐบาลและกระทรวงแรงงานควรนำไปเป็นข้อมูลในการแก้ไขปัญหา คือ 1.คนงานที่ถูกปลดส่วนใหญ่เป็นคนงานจากบริษัทซับคอนแทร็กต์ ซึ่งไม่ได้รับการว่าจ้างโดยตรงจากบริษัทผู้ผลิต และ 2.ข้าราช การสังกัดกระทรวงแรงงานประจำจังหวัดหลายหน่วยงานไม่ทำหน้าที่ของตนเองและไม่ลงมาสัมผัสปัญหาที่แท้จริง ทำงานแต่ในห้องแอร์ นั่งเทียนข้อมูล เพื่อรายงานต้นสังกัดเท่านั้น สำหรับโรงงานแห่งนี้หากผลการเจรจาไม่ได้ตามข้อเรียกร้องซึ่งเป็นไปตามระเบียบ ทางสหภาพแรงงานจะประชุมกันในคืนนี้เพื่อหาทางเคลื่อนไหวในการปิดสวนอุตสาหกรรมโรจนะ เพื่อกดดัน
 
ขณะรายงานข่าวผลการเจรจาเบื้องต้นทางบริษัทกับเจ้าหน้าที่แรงงานจังหวัดและตัวแทนของลูกจ้างที่เข้าไปเจรจามีความคืบหน้าว่าจะมีการจ่ายเงินตามข้อเรียกร้องแต่ยังอยู่ในส่วนของรายละเอียดซึ่งลูกจ้างทั้งหมดยังไม่ยอมเปิดทางเข้าออกโรงงานเพราะยังไม่มีเจ้าหน้าที่ออกมาให้คำตอบอย่างชัดเจน
 
ต่อมาเวลา 19.00 น. น.ส.ณัฐฐาศินี คำสวัสดิ์ แกนนำ ออกมาแจ้งต่อคนงานที่ปิดทางเข้าออกถึงผลการเจรจาว่า ผู้บริหารจะไม่รับคนงานที่ปลดเข้าทำงานอีก แต่จะจ่ายเงินสดเพื่อชดเชยการถูกไล่ออกให้ตามข้อเรียกร้อง คือ 1.หากคนงานทำงานมาไม่เกิน 120 วัน ให้บริษัทจ่ายเงินชดเชย 60 วัน, 2.หากคนงานงานมาทำงานระหว่าง 120 วัน-1 ปี ให้บริษัทจ่าย 90 วัน และหากทำงานเกิน 1 ปีให้จ่าย 120 วัน และนัดหมายให้คนงานที่ถูกไล่ออกจำนวน 1,000 คน ไปรับเงินสดกันที่สำนักงานสวัสดิการและแรงงาน จ.พระนครศรีอยุธยา ในอาคารศาลากลาง จ.พระนคร ศรีอยุธยา ในเวลา 13.00 น. วันที่ 11 ธันวาคมนี้ ส่วนสาเหตุการเลิกจ้างงานทางบริษัทอ้างว่ายอดสั่งสินค้าจำพวกชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์มีลดน้อยลงเท่านั้น
 
หลังจากที่คนงานได้รับฟังผลการเจรจาแล้วได้เลิกปิดทางเข้าออกและแยกย้ายกับกลับบ้าน หลังจากที่ประท้วงต่อเนื่องมานานกว่า 24 ช.ม.ที่หน้าโรงงาน โดยทางผู้บริหารใจดีจัดรถรับส่งให้ถึงที่พักคนงาน สร้างความพอใจให้กับลูกจ้างทั้งหมด
 
วันเดียวกัน นางธนนุช ตรีทิพยบุตร เลขาธิการสำนักงานสถิติแห่งชาติ (สสช.) เปิดเผยว่า กำลังอยู่ระหว่างสำรวจและติดตามสถานการณ์แรงงานอย่างใกล้ชิด เพื่อรายงานความเคลื่อนไหวไปยังกระทรวงแรงงาน กระทรวงการคลัง ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) รวมถึงการเปรียบเทียบข้อมูลย้อนหลังเพื่อส่งสัญญาณเตือนให้ เตรียมพร้อมรับกับสถานการณ์ว่างงานในปี "52 ที่เกิดจากภาวะวิกฤตเศรษฐกิจโลกถดถอย ซึ่งภาวะการว่างงานของประชากรล่าสุดในเดือนต.ค.ที่ผ่านมา ที่มีจำนวน 450,000 คน หรือ 1.2% เมื่อเทียบกับปีก่อนยังไม่ส่งผลกระทบรุนแรงมากนัก แต่หน่วยงานภาครัฐต้องเฝ้าระวังการเลิกจ้างของแรงงาน และหามาตรการต่างๆ มากระตุ้นเศรษฐกิจ เพื่อไม่ให้เกิดการเลิกจ้างแรงงาน โดยเฉพาะในช่วงไตรมาสแรกของปี "52 ซึ่งพ้นฤดูกาลเกษตรและเป็นฤดูของการจบการศึกษา ซึ่งจะมีคนเข้าเมืองมาแย่งงานกันอีกระลอกหนึ่ง
 
"ถ้าเปรียบเทียบข้อมูลในอดีต ในช่วงที่เกิดภาวะต้มยำกุ้งปี "40 เกิดภาวะว่างงานสูงเป็นประวัติการณ์ถึง 1.4 ล้านคน และมีอัตราการว่างงานถึง 4.4% ขณะที่ปัจจุบันมีจำนวนผู้ว่างงาน 450,000 คน หรืออัตราการว่างงานจะเพิ่มขึ้นเท่ากับครั้งเกิดภาวะวิกฤตต้มยำกุ้งหรือไม่ สำนักงานสถิติแห่งชาติจะติดตามข้อมูลอย่างใกล้ชิด" นางธนนุชกล่าว
 
ทั้งนี้ สสช.คาดว่า ในปี "52 จำนวนผู้ว่างงานอาจสูงถึง 1 ล้านคน จากปัจจุบันที่ว่างงานอยู่แล้ว 450,000 คน หรือเพิ่มขึ้นประมาณ 500,000-600,000 คน เนื่องจากวิกฤตเศรษฐกิจโลกและการปิดสนามบิน ซึ่งภาครัฐต้องเร่งติดตามและเฝ้าระวังการปลดแรงงานอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะนักศึกษาจบใหม่ประมาณ 300,000 คน ที่ทยอยเข้าสู่ตลาดแรงงานตั้งแต่ต้นเดือนมี.ค.52 โดยรัฐบาลต้องเร่งสร้างงานใหม่รองรับแรงงานที่จบใหม่กลุ่มนี้ให้ทันเวลา ซึ่งมั่นใจว่าภาคการเกษตรจะสามารถรองรับแรงงานได้เป็นอย่างดี แต่ภาครัฐต้องมีนโยบายสร้างความเข้มแข็งให้แก่ภาคเกษตรอย่างครบวงจร
 
ส่วนการมีงานทำในภาคอุตสาหกรรมการโรงแรมและที่พัก หลังเกิดเหตุการณ์ปิดท่าอากาศยานสุวรรณภูมิและดอนเมือง และความขัดแย้งทางการเมือง พบว่า ส่งผลกระทบต่อการจ้างงานในธุรกิจโรงแรมและที่พักจำนวน 260,000 คน ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงที่ต้องตกงานในปี "52 โดยธุรกิจโรงแรมและที่พักที่มีแรงงานจำนวน 50-200 คน มีการจ้างงานเหลือเพียง 100,000 คน ลดลง 33,000 คน ส่วนธุรกิจที่มีแรงงานไม่เกิน 50 คน มีการจ้างงานเหลือเพียง 70,000 คน ลดลงจากเดิม 20,900 คน
 
ส่วนโรงแรมและที่พักที่มีแรงงานตั้งแต่ 200 คนขึ้นไป แม้จะไม่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตการเงินโลกมากนัก เพราะจำนวนการจ้างงานเพิ่มขึ้นเป็น 90,000 คน จากที่มีอยู่ 80,000 คน แต่เมื่อเกิดเหตุการณ์ปิดสนามบินทำให้แรงงานที่อยู่ในธุรกิจขนาดใหญ่ กลางและเล็กอยู่ในภาวะเสี่ยงต่อการตกงาน ส่วนจะมีการปลดคนงานมากน้อยเพียงใดคงต้องขึ้นอยู่กับเจ้าของสถานประกอบการว่าจะแบกรับต้นทุนได้มากน้อยเพียงใด ขณะเดียวกันแรงงานที่อยู่ในอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว เช่น ร้านอาหารและภัตตาคาร และการขนส่งอีกหลายแสนคน เสี่ยงต่อการถูกเลิกจ้างในอนาคตเช่นกัน
ขอขอบคุณรายงานข่าวจากหนังสือพิมพ์ข่าวสด


ชื่อ
เบอร์โทรศัพท์
อีเมล
หัวข้อ
รายละเอียด
รหัสป้องกันสแปม CAPTCHA Image



 *


แรงงาน กับ วิกฤติน้ำท่วม

มหาอุทกภัย 2554: ผลกระทบและมาตรการช่วยเหลือผู้ใช้แรงงาน
ภาคการผลิตกลับสู่ภาวะปรกติแล้ว อุตฯ เร่งแผนลงทุนทำเขื่อนกันน้ำท่วม
"คลัง" เร่งเบิกจ่ายน้ำท่วม
ก.แรงงานควง ก.อุตฯ ฟื้นชีพแรงงานประสบภัยน้ำท่วม
ภาคอุตฯ เริ่มฟื้นตัว รถยนต์-อิเล็กฯ ออร์เดอร์ทะลัก เร่งผลิตเต็มสูบ
ครม.ไฟเขียวให้ลดเก็บเงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคม เหลือร้อยละ 0.5 จากเดิมที่ต้องจ่ายร้อยละ 1.5 ตั้งแต่ 1 ม.ค.-31 ธ.ค.55 พร้อมเพิ่มการจ่ายเงินบำเหน็จชราภาพอีกร้อยละ 1 ของค่าจ้าง
ความเสียหายทางเศรษฐกิจจากเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่
2เดือนชี้ชะตาทุนญี่ปุ่นเผ่น รอดูแผนรูปธรรมป้องกันน้ำท่วม
ครม.เห็นชอบ 5 มาตรการช่วยนิคมฯ น้ำท่วม
เอกชนจี้ลดดบ.ทบทวนค่าแรง เหตุไม่เอื้อลงทุน-ย้ำแผนบริหารน้ำไม่ชัด
แรงงานอยุธยาหนีซบชลบุรี-ระยอง รับค่าแรง 300 บ.
แรงงานอยุธยาคาด 2 เดือนนี้ แรงงานกลับ 40,000 คน
เอกชนไม่เชื่อมั่นแผนป้องน้ำท่วมนิคม
นักลงทุนญี่ปุ่นเตรียมย้ายฐานไปภาคตะวันออกเลี่ยงน้ำท่วม
ฮอนด้า เดินสายการผลิตในไทยต่อ
ผู้ประกอบการ 90 % ยังคงฐานการผลิตในไทย
กสร.เผย 15 ก.พ.สรุปโครงการป้องกันและบรรเทาการเลิกจ้าง
โตชิบา แถลงข่าวแผนการดำเนินงาน ในไทย
แรงงานน้ำท่วมอีกกว่า 1.6 แสน ยังไม่กลับเข้าโรงงาน
แนะลูกจ้าง 1.6 แสนคนตกงานเข้าโครงการ “เพื่อนช่วยเพื่อน”
“นักวิชาการ” ชี้หลัง “อุทกภัยครั้งใหญ่” “รบ.” เน้นแก้ปัญหาแต่นายทุน
แรงงานอยุธยา 3 บริษัท บุก ก.แรงงาน วอนเจรจานายจ้างให้เลิกจ้าง-จ่ายเงินชดเชย
หวั่นท่วมซ้ำ! บริษัทญี่ปุ่น 1 ใน 10 เตรียมย้ายโรงงานออกจากไทย
ยอดแรงงานถูกเลิกจ้างหลังน้ำท่วมพุ่งสูง 5.1 หมื่นคนแล้ว!!
แรงงานอยุธยา 3 บริษัท บุก ก.แรงงาน วอนเจรจานายจ้างให้เลิกจ้าง-จ่ายเงินชดเชย
เจโทรคาด ศก.ไทย ฟื้นตัวได้เร็ว นลท. เรียกร้องจัดระบบประกัน-แผนแก้น้ำท่วม
3 แสนคนเสี่ยงตกงานบริษัทแม่ไม่ยันจ้างต่อ
ให้ลูกจ้างไดนามิคชนะได้ค่าจ้างค่าชดเชยจากเหตุน้ำท่วม
การเลิกจ้างพนักงานกว่า 200 คน ภายหลังเข้าเทคโอเวอร์บริษัทเดิม โดยอ้างเหตุน้ำท่วมไม่จ่ายค่าชดเชย
เจ้าพนักงานตรวจสั่ง บ.ต้าเย่ห์ จ่ายชดเชยเลิกจ้างช่วงน้ำท่วม
นิคมอุตฯเริ่มกิจการแล้ว39.57%
วิกฤติแรงงานใต้น้ำ !
ภาคแรงงานสวดรัฐบาลบริหารบกพร่อง
ก.แรงงาน เผยยอดเลิกจ้างจากอุทกภัย มี 45,078 คน
“ก.แรงงาน” เจอ “ม็อบ” อีกระลอก วอนช่วยเจรานายจ้าง ขอเงินชดเชย
คนงานเอ็น แอนด์อี ขอนายจ้างแจง จ้างงานต่อหรือเลิกจ้าง
คนเซไดคาเซยังทุกข์รอนายจ้างญี่ปุ่นจ่ายค่าจ้าง
คนงานร้อง ขอความเป็นธรรมถูกเลิกจ้าง โดยไม่บอกกล่าว
พิษน้ำท่วมแรงงานนิคมนวนครถูกลอยแพเกือบ 3,000 คน
คนงานบ.ซีดี โอดนายจ้างทิ้งไม่เรียกกลับเข้าทำงาน
คนงานแซด คูโรดา ร้องถูกเลือกปฏิบัติ ให้ออกไม่จ่ายค่าชดเชย
ครม.เผยโรงงานอุตฯ เข้าดำเนินกิจการ แค่ 29% ตามแผนฟื้นฟู
คนงานกรุงเก่า ผนึกกำลังคนงานเอ็นอีซี ใต้ถุน ก.แรงงานหาความเป็นธรรม
ลูกจ้างโอกิ ประชุมนัดบุก ก.แรงงานด่วนวันนี้
คนงานกรุงเก่าทุกข์หนัก วันเดียวร้องศูนย์กว่า 10 โรงงาน นัด 2 ก.พ.เข้ากรุง
ลูกจ้างร้องนายจ้างสั่งย้าย เสนอทางเลือกไม่ไปให้ลาออก
“เผดิมชัย” เล็งนำงบ 158 ล้าน อุ้มโรงงานน้ำท่วม
สุดยอด!!! ซีอีโอญี่ปุ่นแนะนักธุรกิจไทย
โพลล์จี้รัฐบาลเร่งจ่ายเยียวยาน้ำท่วม ปรับเงินเดือน 1.5 หมื่น ค่าแรง 300 บ.
ลูกจ้าง บ.เอ็นอีซีโทคินฯ ร้อง กสร.ขอความชัดเจนเรื่องเลิกจ้าง
ม็อบแรงงาน หวั่นถูกเลิกจ้างงานหลังน้ำท่วม ร้อง “เผดิมชัย” ช่วยอุ้ม
นายจ้างมอร์เมริกาจ่ายค่าชดเชยเลิกจ้างแก่พนักงานตามข้อตกลง : กฎหมายคุ้มครองแรงงานต้องถูกบังคับใช้เพื่อประโยชน์ของลูกจ้าง
กสร.เผย รง.99 แห่งลอยแพลูกจ้าง 2.8 หมื่นคน
พิษน้ำท่วม ปทุมฯเลิกจ้างอีก 7 พันคน
ระบบทุนนิยมเสรี เสรีของใครกัน ? : กรณีการเลิกจ้างสมาชิกสหภาพแรงงาน 4 แห่ง AGC, Ricoh, Hoya และ MMI
นายจ้าง บ.เซอร์คิท ยังไม่ยอมจ่ายตามข้อเรียกร้องพนักงาน
ลูกจ้างถูกน้ำท่วมบุกกระทรวงแรงงานทวงสัญญา
สถานการณ์แรงงานประจำสัปดาห์ 1-7 ม.ค. 2555
"เอ็นจีโอ" ชี้แรงงานต่างด้าวถูกเอาเปรียบหลัง วอน ก.แรงงานช่วยเหลือ
พิษน้ำท่วม ลอยแพลูกจ้างแล้วกว่า 2 หมื่นคน กสร.เชื่อไม่ถึง 5 หมื่น
พนักงานบ.เซอร์คิทฯกว่า1.4พันบุกแรงงาน ร้องถูกเลิกจ้าง
กรณีปัญหาพนักงานไอเอสซีเอ็มไม่ได้รับค่าจ้างในระหว่างเกิดอุทกภัย
พนง.ม.รัฐเฮ! มติ ครม.จัดให้เงินเดือนหมื่นห้า - ลดภาษีซ่อมบ้าน, รถน้ำท่วม
สรุปสถานการณ์แรงงานในระหว่างและหลังเกิดอุทกภัยและข้อเรียกร้องต่อรัฐบาล
คนงานไดนามิคสิ้นหวังได้รับค่าจ้างหลังน้ำลด
สภาทนายฯ ยื่นฟ้องรัฐบาลบริหารจัดการน้ำผิดพลาด
แรงงานถูกลดเงินเดือน
กลุ่มลูกจ้างตกงานนับแสน อ้อนรัฐดูแลค่าชดเชย
นายจ้างเมินสวัสดิการ จ.สมุทรสาคร เบี้ยวจ่ายแรงงานพม่า ไม่เรียกทำงาน คาดทนไม่ได้ออกเอง
ข้อมูลปัญหาและผลกระทบแรงงานไทยหลังวิกฤติอุทกภัย
“เผดิมชัย” เชื่้อน้ำท่วมลูกจ้างตกงานไม่ถึงล้านคน
วีดีโอ ข่าวเที่ยงThai PBS เสวนาวิชาการ แรงงานไทยหลังวิกฤติอุทกภัย สภาพปัญหาและผลกระทบของผู้ใช้แรงงานในระบบแนวทางการแก้ไขและข้อเสนอแนะต่อรัฐบาล
ลูกจ้างอยุธยาช้ำ เข้าไม่ถึงมาตรการเยียวยาของรัฐ
ลูกจ้างไดนามิคสะอื้นรับ 2,000 บาท บวกค่าแรงค้างจ่าย 215 บาท
คนงานกว่า 30 บริษัทร้องศูนย์อ้อมน้อย นายจ้างเย้ย รมว.แรงงาน สั่งหยุดไม่จ่ายค่าจ้าง
แรงงานบางกะดีทยอยกลับเข้าโรงงานหลังจากที่แรงงานจำนวนกว่า 15,000 คน ในพื้นที่นิคมอุตสหากรรมบางกะดี
สปส.หาพันธมิตรผลิตแพทย์-พยาบาล เริ่มให้ทุนรุ่นแรก พ.ค.55
สปส.หาพันธมิตรผลิตแพทย์-พยาบาล เริ่มให้ทุนรุ่นแรก พ.ค.55
สรุปรวมเหตุการณ์มหาอุทกภัยปี 54
แรงงานอยุธยาวางแผนรับมือปัญหาการเลิกจ้างหลังน้ำลด
รมว.อุตฯยันญี่ปุ่นไม่ย้ายฐานการลงทุน
ภาพรวมนิคมฯโรจนะหลังน้ำลด
พม่าเปิดออฟฟิศย่างกุ้ง ลงทะเบียน-ออกใบอนุญาตทำงานไทย
“เผดิมชัย” ชูนโยบายปี 55 เน้นยกระดับฝีมือแรงงาน
"แซสซอฟท์แวร์"บริษัทที่น่าทำงานที่สุด
10 ล้านคน หมอ 2 คน และรัฐบาลยิ่งลักษณ์
วีดีโอ รายการข่าวค่ำThai PBS ตอน มาตรการช่วยเหลือแรงงาน
วีดีโอ รายการข่าวค่ำThai PBS งานหลังภัยพิบัติ
วีดีโอ รายการข่าว Thai PBS นักวิชาการเสนอตั้งธนาคารลูกจ้างช่วยแรงงานหลังน้ำลด
เหลื่อมล้ำในประเทศไทยด้านเศรษฐกิจฉบับพกพา
อธิบดีกรมสวัสดิการ เชื่อ หลังปีใหม่คนงานตกงานเพิ่มขึ้น
วีดีโอ รายการเปิดปมThai PBS ตอน แรงงานกว่าหนึ่งแสนคนถูกเลิกจ้าง



แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล
รหัสป้องกันสแปม *CAPTCHA Image





Copyright © 2010 All Rights Reserved.

ศูนย์ช่วยเหลือและจัดการวิกฤติแรงงาน
อีเมล : wgal@labourcrisiscenter.com
เว็บไซต์ : htpp://www.labourcrisiscenter.com
 

เว็บไซต์นี้ “ มูลนิธิเอเชียสนับสนุนเว็บไซด์นี้ภายใต้โครงการของ โครงการบรรเทาผลกระทบต่อคนทำงานอันสืบเนื่องจากวิกฤติเศรษฐกิจโลก ความคิดเห็นที่นำเสนอบนเว็บไซต์นี้เป็นของ โครงการบรรเทาผลกระทบต่อคนทำงานอันสืบเนื่องจากวิกฤติเศรษฐกิจโลก เท่านั้น และไม่จำเป็น ว่ามูลนิธิเอเชียจะเห็นพ้องด้วยแต่ประการใด” The Asia Foundation supports this website through a project with Working Group on Alleviating the Impact of the Global Economic Crisis on Affected Labors Project The views express on this website are solely those of the Working Group on Alleviating the Impact of the Global Economic Crisis on Project and do not necessary reflect the views of the Foundation