| แรงงานเฮ! ครม.เคาะค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาท เม.ย.
แรงงานเฮ! ครม.เคาะค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาท เม.ย.
ครม.เคาะปรับโครงสร้างเงินเดือน ป.ตรี 1.1 หมื่นบ./ด.บวกค่าครองชีพ ครบ.1.5 หมื่นบ.สั่ง ก.พ.-สำนักงบฯ ศึกษาทยอยปรับทั้งระบบ ป.ตรี 1.5 หมื่นบ.ภายใน 2 ปีเบื้องต้นปี 56 ปรับ 1.3 หมื่นบ.ปี 57 ขยับถึง 1.5 หมื่นบ.หลังจากนั้นเลิกอัดฉีดค่าครองชีพ ย้ำค่าแรงขั้นต่ำ 300 บ.เดือน เม.ย.ได้ชัวร์ ไม่เลื่อน
วันนี้ (31 ม.ค.) น.ส.อนุตตมา อมรวิวัฒน์รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)เห็นชอบการปรับปรุงค่าตอบแทนข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของรัฐโดยการปรับเงินเดือนแรกบรรจุและปรับเงินเดือนชดเชยผู้ได้รับผลกระทบตามเป้าหมายของรัฐบาลคือ ปริญญาตรี 15,000 บาท โดยปรับขึ้นโครงสร้างเงินเดือนจาก 9,690 บาท เป็น 11,680 บาทต่อเดือน รวมเงินเพิ่มค่าครองชีพชั่วคราวอีก 3,320 บาทต่อเดือนมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.2555
ทั้งนี้ในการดำเนินการดังกล่าวใช้งบประมาณ ปี 2555 เพิ่มขึ้น 5.6 พันล้านบาทเพื่อดำเนินการปรับอัตราเงินเดือนแรกบรรจุและปรับเงินเดือนชดเชยให้ครอบคลุมกลุ่มเป้าหมายที่รับราชการในตำแหน่งระดับแรกบรรจุแล้วอย่างน้อย 10 ปีก่อนวันที่อัตราเงินเดือนแรกบรรจุตามวุฒิใหม่
นายอนุสรณ์เอี่ยมสะอาด รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่าที่ประชุมครม.ได้พิจารณาเรื่องการปรับเงินเดือนข้าราชการและพนักงานราชการ 15,000 บาทโดยได้เชิญนายนนทิกร กาญจนะจิตรา เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.)เข้าชี้แจง ซึ่ง ครม.ต้องการให้มีการสื่อสารในแนวทางเดียวกัน คือ ข้าราชการพนักงานข้าราชการ วุฒิปริญญาตรี ได้รับรายได้ 15,000 บาทต่อเดือนมีผลย้อนหลังตั้งแต่ 1 ม.ค.55 ที่ผ่านมา ส่วนการปรับในส่วนอื่นจะเข้าที่ประชุมครม.ในสัปดาห์หน้า
รองโฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวต่อว่าทั้งนี้ ประเด็นนี้ในที่ประชุมได้ใช้เวลาในการหารือเป็นเวลานานมากเนื่องจากทุกคนต้องการความเสมอภาคกัน ซึ่งเลขาธิการ ก.พ.อธิบายว่าการปรับฐานเงินเดือนจะส่งผลกระทบกับทุกฝ่าย แต่ไม่ได้หมายความว่ารัฐบาลนี้คิดนโยบายนี้เพื่อให้เกิดความแตกแยกในองค์กร ข้าราชการแต่รัฐบาลออกนโยบายนี้เพื่อยกระดับค่าครองชีพ เพราะคนที่มีเงินเดือนไม่ถึง 15,000 บาท จะดำเนินชีวิตประจำวันได้ยาก ส่วนกรณีคนที่มีรายได้ 18,000 บาทต่อเดือนก็จะมีการปรับ แต่เปอร์เซ็นต์อาจจะไม่เท่ากัน
ทั้งนี้ก่อนหน้านี้ เลขาธิการ ก.พ.ได้ประชุมร่วมกับกระทรวงการคลังและได้เสนอสูตรการปรับฐานเงินเดือนมา 3 สูตร ประกอบด้วย สูตรที่หนึ่งใช้ระยะเวลา 1 ปี สูตรที่สองใช้ระยะเวลา 2 ปี และสูตรที่สามใช้ระยะเวลา 3 ปี ซึ่งกระทรวงการคลังใช้สูตรที่สอง แต่ได้ให้ ก.พ.ไปปรึกษาร่วมกับกระทรวงการคลังใหม่ เพราะเห็นว่า 2 ปีอาจจะไม่ทัน และจะมีการเพิ่มภาระงบประมาณ จึงอาจจะมีการขยายเพิ่มเป็น 3 ปีซึ่งจะมีการนำเข้าที่ประชุม ครม.อีกครั้งในสัปดาห์หน้า ทั้งนี้ นายสุชาติธาดาธำรงเวช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้ค้านเรื่องการปรับฐานเงินเดือน ว่าหากการปรับฐานเงินเดือนให้กับผู้ที่มีวุฒิ ปวช.และวุฒิ ปวส.ไม่เยอะจะเท่ากับว่าส่งเสริมให้คนไม่เรียน ปวช.และ ปวส.เรียนแต่ปริญญาตรีจะทำให้เราขาดโอกาสในการเพิ่มสายอาชีพ
นายอนุสรณ์ กล่าวว่าในส่วนการค่าแรงขั้นต่ำวันละ 300 บาทของพนักงาน ลูกจ้างเอกชนนั้นเราเตรียมการจะปรับขึ้นตั้งแต่ 1 ม.ค.55 แต่เนื่องจากเงินเป็นคนละก้อนกันเนื่องจากเงินที่ปรับให้กับข้าราชการนั้นเป็นเงินของรัฐแต่เงินที่จะปรับให้กับลูกจ้างนั้นเป็นเงินของผู้ประกอบการซึ่งทางผู้ประกอบการก็ขอความเห็นใจมาที่กระทรวงแรงงาน ว่า ค่าแรงขั้นต่ำวันละ 300 บาท ยังขึ้นให้ไม่ได้ เนื่องจากประสบภาวะวิกฤตอุทกภัยน้ำท่วมซึ่งจะขอเลื่อนให้มีผลในวันที่ 1 เม.ย.55
ด้าน นายนนทิกรกล่าวว่า การปรับโครงสร้างเงินเดือนในปีถัดไป ที่ประชุมครม.ให้ไปหารือกับสำนักงบประมาณในการปรับโครงสร้างเงินเดือนจาก 11,680 บาท เป็น 15,000 บาทต่อเดือน โดยเบื้องต้น ครม.เห็นว่ามีระยะห่างก้าวกระโดดเกินไปจึงใช้วิธีทยอยปรับภายใน 2 ปี คือ ปี 2556 ปริญญาตรีปรับขึ้นเป็น 13,000 บาทและปี 2557 ปรับขึ้นเป็น 15,000 บาทจากนั้นจะไม่มีเงินส่วนเพิ่มที่เป็นเงินเพิ่มการครองชีพชั่วคราวอีกต่อไปทั้งหมดจะอยู่ในบัญชีเงินเดือน
ทั้งนี้ ที่ประชุมครม.เห็นชอบการปรับค่าตอบแทนพนักงานราชการเป็นเงินเพิ่มการครองชีพชั่วคราวให้ครอบคลุมพนักงานสัญญาจ้างภาครัฐที่มีสัญญาจ้าง 4 ปีต่อครั้ง ประมาณแสนกว่าคนโดยที่ประชุม ครม.อนุมัติตามที่คณะกรรมการบริหารพนักงานราชการ (คพร.)เสนอขอจัดสรรงบประมาณเพิ่มเติ่ม 1,395 ล้านบาท ปี 2555 รวมเป็นงบประมาณ 4,837 ล้านบาท สำหรับอัตราแรกบรรจุใหม่ปริญญาตรีได้รับ 14,020 บาทต่อเดือน ปริญญาโท 18,360 บาทต่อเดือน และปริญญาเอก 22,800 บาทต่อเดือน
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 31 มกราคม 2555 |