dot dot
bulletประวัติศาสตร์แรงงานไทย
bulletพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ ๒๕๑๘
bulletพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑
bulletพระราชบัญญัติ แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ พ.ศ. ๒๕๔๓
bulletพระราชบัญญัติประกันสังคม และกฎหมายลำดับรอง
bulletพระราชบัญญัติ เงินทดแทน พ.ศ. ๒๕๓๗
bulletพ.ร.บ การทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ. ๒๕๒๑
bulletพระราชบัญญัติกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ พ.ศ. ๒๕๓๐
bulletพระราชบัญญัติ จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. ๒๕๒๒
bulletพระราชบัญญัติ จัดหางานและคุ้มครองคนหางาน (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๗ มาตราที่ ๑-๓๗
bulletกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง
dot
หน่วยงานด้านแรงงาน
dot
bullet องค์กรแรงงาน
bulletกระทรวงแรงงาน
bulletกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน
bulletสำนักงานประกันสังคม
bulletสมาคมส่งเสริมความปลอดภัยและอนามัยในการทำงาน (ประเทศไทย )
bulletสำนักความปลอดภัย
bulletกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน
bulletกรมจัดหางาน
bulletศาลแรงงานกลาง
dot
คำสั่งเจ้าพนักงาน
dot
dot
ฎีกาที่น่าสนใจ
dot
bulletการสื่อสารเฉพาะ ๘ พื้นที่ และภาคี
dot
สมัครสมาชิก
ชื่อผู้ใช้ :
รหัสผ่าน :
เข้าสู่ระบบอัตโนมัติ :
bullet ลืมรหัสผ่าน
bullet สมัครสมาชิก
dot


แบนเนอร์ตัวอย่าง


เปิดฎีกาชาวบ้านแม่ตาว หมดหวังรัฐเยียวยาพิษแคดเมี่ยม

 

นักข่าวพลเมือง: เปิดฎีกาชาวบ้านแม่ตาว หมดหวังรัฐเยียวยาพิษแคดเมี่ยม
Tue, 2012-01-03 23:20
เรียบเรียงจากจดหมายยื่นฎีกาได้รับผลกระทบจากสารพิษแคดเมียมปนเปื้อนในเมล็ดข้าว แหล่งน้ำ สภาพแวดล้อมและในร่างกาย เมื่อวันที่ 21 ธันวาคม 2554 ของ นางภิรมย์ ใจรุณ นายสมบูรณ์ จำปาทองราษฎรค้างภิบาล หมู่ 1 ต.พระธาตุผาแดง อ.แม่สอด จ.ตาก


ภาพจาก enlawthai.org

ปลายปีทีผ่านมา นางภิรมย์ ใจรุณ และนายสมบูรณ์ จำปาทอง ราษฎรค้างภิบาล อ.แม่สอด จ.ตาก ได้ยื่นขอถวายฎีกาต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว หลังจากประสบความยากลำบากทุกข์แสนสาหัสมาเกือบครึ่งชีวิตกับพิษภัยแคดเมี่ยม จนตัดสินใจยื่นฎีกาขอความเป็นธรรมที่สำนักพระราชวัง เพราะหมดหวังไร้ทางพึ่งกับทุกหน่วยงานภาครัฐ

เนื้อหาฎีการ้องทุกข์ดังกล่าวระบุถึง การดำเนินงานการทำเหมืองแร่สังกะสีบนดอยผาแดง ในเขตตำบลพระธาตุผาแดง ต.แม่ตาว และ ต.แม่กุ อ.แม่สอด จ.ตาก โดยบริษัท ตากไมนิ่ง จำกัด และ บริษัทผาแดงอินดัสทรี จำกัด (มหาชน) มาตั้งแต่ปี 2520 แต่ปัจจุบันเหลือบริษัทผาแดง อินดัสทรี จำกัด (มหาชน) เป็นผู้ประกอบการเพียงรายเดียว
“ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาชาวบ้านมีความรู้สึกดีใจที่บ้านเมืองของเรานั้นมีเหมืองแร่สังกะสีเกิดขึ้น ทำให้ประเทศชาติเจริญรุ่งเรือง แต่ในช่วงระหว่างปี พ.ศ. 2541 – 2546 มีการตรวจวัดระดับสารแคดเมียมในดินและข้าวบริเวณตำบลพระธาตุผาแดง แม่ตาวและแม่กุ อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก พบว่ามีการปนเปื้อนในระดับที่อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพอนามัยของประชาชนแถบนั้นกว่า 6,000 คน ที่บริโภคข้าวที่ผลิตได้จากบริเวณดังกล่าว ซึ่งเป็นแหล่งปลูกข้าวที่สำคัญของประเทศแห่งหนึ่ง
ต่อมาประมาณปี พ.ศ. 2546 มีการตรวจพบสารแคดเมียมระดับที่เป็นอันตรายในร่างกายประชาชนในเขตตำบลพระธาตุผาแดง แม่ตาวและแม่กุ โดยโรงพยาบาลแม่สอดได้ออกบัตรผู้ป่วยแคดเมียมให้กับประชาชนที่มีสารแคดเมียมปริมาณสูงในร่างกายด้วย (แต่ในระยะหลังที่ผู้ป่วยแคดเมียมไปตรวจสุขภาพและรักษาโรคภัยไข้เจ็บเกี่ยวกับแคดเมียมหรือโรคภัยไข้เจ็บอื่นก็จะถูกยึดบัตรผู้ป่วยแคดเมียมคืนไปโดยไม่แจ้งเหตุผล) ในปี พ.ศ. 2547 พบการปนเปื้อนแคดเมียมในดินและข้าวในปริมาณสูง โดยรัฐบาลสั่งให้ชาวบ้าน 3 ตำบล 12 หมู่บ้าน รวมพื้นที่ปลูกข้าวและพืชอาหารอื่น 13,237 ไร่ มีเกษตรกรรวม 862 ราย ตัดทำลายข้าวและพืชอาหารอื่นให้หมดสิ้น เพื่อควบคุมข้าวที่ปนเปื้อนสารแคดเมียมไม่ให้จำหน่ายออกสู่ตลาดเพื่อมิให้ผู้บริโภคข้าวในตลาดต่างประเทศขาดความเชื่อมั่นในคุณภาพข้าวไทย โดยช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบ ด้วยการจ่ายชดเชยให้ไร่ละ 3,700 บาท
ในปี พ.ศ. 2548 ยังคงเกิดเหตุการณ์เหมือนปีที่แล้วจนรัฐบาลได้สั่งให้ชาวบ้านตัดทำลายข้าวและพืชอาหารอื่นให้หมดสิ้น พื้นที่ 13,439 ไร่ จำนวนเกษตรกร 903 ราย โดยได้รับค่าชดเชยความเสียหายเพิ่มขึ้นเป็น 4,220 บาทต่อไร่ ในปี พ.ศ. 2549 รัฐบาลทำการจ่ายชดเชยค่าเสียหายเป็นปีสุดท้ายให้แก่เกษตรกรจำนวน 835 ราย พื้นที่ 13,205 ไร่ ในอัตราไร่ละ 4,220 บาท พร้อมกับการวางแผนระยะยาวด้วยการให้ชาวบ้านหันไปปลูกอ้อยเพื่อผลิตเอทานอลแทนข้าวในพื้นที่เป้าหมายที่ปนเปื้อนแคดเมียมจำนวน 13,237 ไร่ เพื่อหวังที่จะปรับเปลี่ยนอาชีพเกษตรกรจากการปลูกพืชอาหารไปเป็นพืชพลังงาน”
ฎีกาดังกล่าว ระบุว่า ผลจากการดำเนินการดังกล่าวทำให้บริษัทผาแดงฯ บริษัท ไทยออยล์ จำกัด และบริษัท เพโทรกรีน (กลุ่มน้ำตาลมิตรผล) จำกัด ร่วมกันจัดตั้งบริษัท แม่สอดพลังงานสะอาด จำกัด และโรงงานผลิตเอทานอลบริสุทธิ์ร้อยเปอร์เซ็นต์ขึ้นที่อำเภอแม่สอด มีกำลังการผลิต 2 แสนลิตรต่อวัน ใช้อ้อยประมาณ 6 แสนตันต่อปี เพื่อรองรับผลผลิตอ้อยในพื้นที่เป้าหมายที่ปนเปื้อนแคดเมียมในอำเภอแม่สอด ในส่วนของรัฐบาลได้ให้หน่วยงานราชการและบริษัทผาแดงฯ ร่วมกันส่งเสริมการปลูกอ้อยในพื้นที่เป้าหมายที่ปนเปื้อนแคดเมียมจำนวน 13,237 ไร่ แต่ปัจจุบันมีชาวบ้านปลูกอ้อยอยู่เพียง 5,000 กว่าไร่ หรือคิดเป็น 40% ของพื้นที่เป้าหมายที่ปนเปื้อนแคดเมียมเท่านั้น เนื่องจากเกิดปัญหาขาดทุนและเป็นหนี้สินจนทำให้ชาวบ้านต้องล้มเลิกการปลูกอ้อยลงไปหลายราย
สาเหตุสำคัญเพราะไม่ได้รับการส่งเสริมจากภาครัฐและผู้ประกอบการเหมืองแร่อย่างจริงจัง ขณะเดียวกันบริษัทแม่สอดพลังงานสะอาดฯ ที่ก่อตั้งขึ้นมาเพื่อรองรับผลผลิตอ้อยจากพื้นที่เป้าหมายที่ปนเปื้อนแคดเมียมในอำเภอแม่สอดเป็นหลักกลับไปทำการส่งเสริมการปลูกอ้อยในพื้นที่อำเภอพบพระและแม่ระมาด จังหวัดตาก แทนเสียเป็นส่วนใหญ่ เพื่อหวังจะให้ได้พื้นที่ปลูกอ้อยในเขตสองอำเภอดังกล่าวประมาณ 45,000 ไร่ เพียงพอต่อปริมาณสำรองอ้อยเพื่อป้อนกำลังการผลิตที่วางเป้าหมายไว้ และมีความมั่นคงกว่าพื้นที่เป้าหมายที่ปนเปื้อนแคดเมียมในเขตอำเภอแม่สอดที่หน่วยงานราชการและบริษัทผาแดงฯ ขาดความมุ่งมั่นส่งเสริมการปลูกอ้อยอย่างจริงจัง
คณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (ทำหน้าที่แทนคณะรัฐมนตรี) มีมติเมื่อวันที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2549 เห็นชอบตามข้อเสนอของสำนักงบประมาณว่า “สำหรับการช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกรในช่วงการปรับเปลี่ยนอาชีพ เห็นสมควรที่คณะรัฐมนตรีจะอนุมัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2549 งบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น จำนวน 55,725,100 บาท (ห้าสิบห้าล้านเจ็ดแสนสองหมื่นห้าพันหนึ่งร้อยบาทถ้วน) เพื่อเป็นเงินช่วยเหลือเพื่อการยังชีพของเกษตรกร จำนวน 835 ราย พื้นที่ 13,205 ไร่ ในอัตราไร่ละ 4,220 บาท ตามอัตราที่เคยช่วยเหลือในปีงบประมาณ พ.ศ.2548 โดยเห็นสมควรให้เงินช่วยเหลือเกษตรกรในปีงบประมาณ พ.ศ.2549 เป็นปีสุดท้าย”
เนื่องจากรัฐบาลได้ให้ความช่วยเหลือเกษตรกรในปีงบประมาณ พ.ศ.2547 และปีงบประมาณ พ.ศ.2548 เป็นเงินช่วยเหลือทั้งสิ้น 117,879,622 บาท และขณะนี้เกษตรกรจะเริ่มมีรายได้จากการปรับเปลี่ยนการปลูกพืชอื่นทดแทนแล้ว ทั้ง ๆ ที่ปริมาณแคดเมียมที่ปนเปื้อนในนาข้าวและผืนดินที่ใช้ปลูกพืชอาหารอื่นยังคงมีปริมาณสูงในระดับที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพอนามัยของประชาชน แต่รัฐบาลและผู้ประกอบการเหมืองแร่ก็ไม่สามารถทำให้เกษตรกรหันไปปลูกอ้อยให้ได้ทั้งหมดในพื้นที่เป้าหมายที่ปนเปื้อนแคดเมียม 13,237 ไร่ ตามที่วางแผนไว้ โดยปล่อยให้ชาวบ้านต้องปลูกและกินข้าวปนเปื้อนแคดเมียมอยู่ต่อไป
“ปัญหาที่เกิดขึ้นก็คือหน่วยงานราชการทั้งหลายที่ทำหน้าที่คอยติดตาม ตรวจสอบ ควบคุม กำกับ ดูแล แก้ไขและเสนอแนะให้ผู้ประกอบการเหมืองแร่ต้องปฏิบัติตามมาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อมและมาตรการติดตามตรวจสอบคุณภาพสิ่งแวดล้อมจากการทำเหมืองแร่สังกะสี วางเฉยต่อหน้าที่หรือความรับผิดชอบของตัวเองโดยไม่รู้ว่าจะแก้ไขปัญหาหรือผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อราษฎรอย่างไร มิหนำซ้ำบางหน่วยงานกลับแสดงท่าทีปกป้องหรือแก้ต่างให้ผู้ประกอบการทำเหมืองแร่สังกะสีว่าการปนเปื้อนของแคดเมียมมิได้มีสาเหตุมาจากกิจกรรมเหมืองแร่สังกะสี แต่เกิดจากสภาพทางธรณีวิทยาของพื้นที่บริเวณนี้ที่เป็นแหล่งศักยภาพแร่สังกะสีเกิดการผุพังสลายตัวและพัดพาตะกอนดินและหินจากเทือกเขาที่มีแร่สังกะสีและแคดเมียมปะปนอยู่ลงมาทับถมสะสมตัวในพื้นที่เกษตรกรรมที่อยู่ในระดับพื้นที่ต่ำกว่าตั้งแต่อดีตกาลหลายล้านปีมาแล้วจนถึงปัจจุบัน เป็นสาเหตุหลักของการปนเปื้อนแคดเมียม”

 
ภาพจาก econ.mju.ac.th

ฏีการะบุว่า ทั้งๆ ที่ผลการตรวจสอบ ศึกษาหรือวิจัยเกือบทั้งหมดที่นำมากล่าวอ้างได้สรุปสาเหตุและแหล่งที่มาของการปนเปื้อนแคดเมียมไว้ 3 ประการด้วยกัน คือ 1. กระบวนการตามธรรมชาติ เกิดจากกระบวนการผุพังสลายตัวตามธรรมชาติของพื้นที่ซึ่งเป็นแหล่งศักยภาพแร่สังกะสีพัดพาเอาตะกอนดินและหินจากเทือกเขาแหล่งแร่สังกะสีที่มีแคดเมียมเกิดร่วมอยู่ด้วย ลงมาทับถมสะสมตัวในที่ลุ่มซึ่งเป็นพื้นที่เกษตรกรรม ตั้งแต่อดีตกาล 1.8 ล้านปี ล่วงมาจนถึงปัจจุบัน 2. จากการทำเหมืองแร่สังกะสี โดยเหมืองอาจปล่อยน้ำทิ้งและตะกอนที่มีการปนเปื้อนสูงเกินค่ามาตรฐานและการชะล้างพัดพาตะกอนจากการเปิดพื้นที่ทำเหมือง 3. การบุกรุกพื้นที่ต้นน้ำ การตัดไม้ทำลายป่าเพื่อทำการเกษตร ซึ่งก่อให้เกิดการชะล้างพัดพาตะกอนดิน การทดหรือสูบน้ำจากห้วยแม่ตาวและห้วยแม่กุเข้าสู่พื้นที่การเกษตร ซึ่งทำให้ตะกอนธารน้ำที่ปนเปื้อนแคดเมียมไหลจากแปลงนาที่สูงกว่าสู่แปลงนาที่ต่ำกว่า และการใช้ยาปราบศัตรูพืชเพื่อเพิ่มผลผลิต
 “ข้าพเจ้าทั้งสองสงสัยว่าแท้จริงแล้วการทำเหมืองแร่สังกะสีบนดอยผาแดงมีความเกี่ยวข้องไม่มากก็น้อยต่อการปนเปื้อนแคดเมียมในแหล่งน้ำและนาข้าวของชาวบ้านในที่ลุ่ม แต่กลับไม่มีการพิสูจน์ให้ชัดเจนลงไปว่าการปนเปื้อนแคดเมียมจากสาเหตุใดมีปริมาณมากน้อยต่างกันเพียงใด และแต่ละสาเหตุควรจะมีส่วนรับผิดชอบต่อการแก้ไขปัญหาหรือผลกระทบมากน้อยต่างกันอย่างไร และจะแก้ไขปัญหาการปนเปื้อนแคดเมียมในแต่ละสาเหตุได้อย่างไร”
เนื้อหาในฎีการะบุว่า ความพยายามจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็นนักการเมือง ข้าราชการและผู้ประกอบการเหมืองแร่สังกะสีในการระบุว่าผู้ประกอบการทำเหมืองแร่สังกะสีไม่ใช่สาเหตุสำคัญของการปนเปื้อนแคดเมียมนั้นเป็นการข้อสรุปที่ขัดความเป็นจริงที่เกิดขึ้นในพื้นที่เป็นอย่างยิ่ง รีบด่วนสรุปเพื่อที่จะปัดภาระความรับผิดชอบต่อสังคม สิ่งแวดล้อม และความเสื่อมโทรมของสุขภาพร่างกายประชาชนในพื้นที่เกินไป
จากการกล่าวอ้างในทางวิชาการถึงสาเหตุการปนเปื้อนแคดเมียม 3 ประการ ตามที่กล่าวไว้นั้นกลับไม่สามารถสื่อสารให้ประชาชนในพื้นที่เกิดความเข้าใจได้ จึงเกิดการรวมตัวกันของชาวบ้านใน 3 ตำบล คือ ตำบลพระธาตุผาแดง แม่ตาวและแม่กุยื่นฟ้องบริษัททำเหมืองแร่สังกะสี 2 บริษัทต่อศาลปกครอง (โดยตัวแทนชาวบ้าน 32 ราย) เพื่อให้มีคำสั่งบังคับ 6 หน่วยงาน คือ คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ คณะกรรมการพัฒนาที่ดิน คณะกรรมการควบคุมมลพิษ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์การเกษตร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมและอธิบดีกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ ให้ปฏิบัติหน้าที่ควบคุม ป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ฟื้นฟู เยียวยาสภาพแวดล้อมและสุขภาพอนามัยของประชาชนที่ป่วยจากการได้รับสารพิษแคดเมียมสะสมในร่างกาย และให้หยุดการประกอบกิจการเหมืองแร่สังกะสีของทั้ง 2 บริษัท และศาลแพ่ง (โดยชาวบ้าน 959 ราย) เพื่อให้มีคำสั่งบังคับให้ 2 บริษัททำเหมืองแร่สังกะสีชดใช้เงินประมาณ 1,000 กว่าล้านบาท จากการทำเหมืองแร่สังกะสีที่ทำให้ที่ดินทำกินเสียหายเสื่อมโทรมจากการปนเปื้อนแคดเมียมจนไม่สามารถกินข้าวและพืชผลการเกษตรอื่นที่ปลูกได้ รวมทั้งให้ชดใช้ค่ารักษาพยาบาลจากโรคภัยไข้เจ็บที่ได้รับจากสารพิษแคดเมียมสะสมในร่างกายด้วย
 “ข้าพเจ้าทั้งสองมีข้อสังเกตประการหนึ่งว่าการขุด ไถ พรวน ยกร่อง ปรับระดับพื้นดินเพื่อทำการเกษตรกับการเปิดหน้าดินเพื่อทำเหมืองแร่มีความแตกต่างกันลิบลับ เพราะลักษณะธรณีวิทยาแหล่งแร่สังกะสีบริเวณพื้นที่ต้นน้ำบนดอยผาแดงและดอยที่อยู่ใกล้เคียงที่มีการทำเหมืองแร่สังกะสีนั้นมีการสะสมตัวของแร่ที่ระดับความลึก 30 เมตรจากผิวหน้าดินลงไป และมีความหนาของชั้นแร่สังกะสีประมาณ 220 เมตร ดังนั้น การทำการเกษตรในระดับหน้าดินไม่น่าจะรบกวนแคดเมียมที่อยู่ร่วมกับแร่สังกะสีในระดับความลึกประมาณ 30 เมตรจากผิวดินลงไปได้ จึงสงสัยเป็นอย่างยิ่งว่าการกล่าวอ้างทางวิชาการที่บ่งบอกว่าสาเหตุสำคัญของการปนเปื้อน แคดเมียมเกิดจากการทำการเกษตรบนที่สูงมากกว่ากิจกรรมเหมืองแร่ที่ต้องเปิดหน้าดินลึกเข้าไปในชั้นแร่สังกะสีที่มีแคดเมียมร่วมอยู่ด้วยได้อย่างไร”
ถ้าจะระบุว่าแคดเมียมมีการสะสมตัวอยู่ในชั้นผิวดินเป็นจำนวนมาก ก็ต้องศึกษาวิจัยให้แน่ชัดว่าแคดเมียมที่อยู่ร่วมกับแร่สังกะสีในชั้นแร่ที่ลึกลงไปในดินนั้นมีปริมาณมากหรือน้อยกว่าแคดเมียมที่กระจายตัวเป็นอิสระบนผิวดิน เพื่อที่จะคาดการณ์ได้ว่าปริมาณแคดเมียมจากส่วนใด (จากผิวดินหรือในชั้นแร่สังกะสีที่อยู่ลึกจากผิวดิน) เป็นสาเหตุสำคัญทำให้เกิดการปนเปื้อนแคดเมียมในแหล่งน้ำ ดินและพืชผลการเกษตรของชาวบ้าน แต่ถ้าหากผลการศึกษาวิจัยในส่วนนี้ยังไม่ชัดเจนข้าพเจ้าจึงเห็นว่ายังไม่สมควรด่วนสรุปว่าการทำเหมืองแร่สังกะสีไม่ใช่สาเหตุหลักของการปนเปื้อนแคดเมียม
“ข้าพเจาทั้งสองพยายามคิดใคร่ครวญในข้อกฎหมายแร่มาตรา 131/1 ที่ระบุว่า ‘ผู้ถืออาชญาบัตร ประทานบัตร หรือใบอนุญาตอื่นใดตามพระราชบัญญัตินี้ต้องรับผิดชอบในการกระทำของตน ต่อความเสียหาย หรือความเดือดร้อนรำคาญใดอันเกิดขึ้นแก่บุคคล ทรัพย์สิน หรือสิ่งแวดล้อม ในกรณีที่เกิดความเสียหายขึ้นในเขตที่ได้รับอนุญาต ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าความเสียหายนั้นเกิดจากการกระทำของผู้ถืออาชญาบัตร ประทานบัตร หรือใบอนุญาตนั้น’  แต่ก็ไม่เห็นเจ้าหน้าที่ส่วนราชการใดกระตือรือล้นช่วยเหลือราษฎรที่กำลังตกระกำลำบาก
มีข้อมูลในหน้าหนังสือพิมพ์ได้ระบุตัวเลขไว้ว่าปัจจุบันชาวบ้านมีสารแคดเมียมปนเปื้อนอยู่ในเลือด กระดูกและปัสสาวะในระดับสูงกว่าปกติเป็นจำนวนมากถึง 844 ราย โดย 40 ราย มีอาการไตวายและไตเสื่อม อีก 219 ราย อยู่ในภาวะไตเริ่มเสื่อม นอกจากนี้ยังมีอาการนิ่วในกระเพาะปัสสาวะ ภาวะกระดูกพรุน และอาการเจ็บไข้ได้ป่วยอย่างอื่นอีกเป็นจำนวนมาก
จากที่กล่าวมาทั้งหมด ถึงแม้ว่าตัวข้าพเจ้าทั้งสองจะร่วมฟ้องร้องดำเนินคดีต่อส่วนราชการที่มีหน้าที่ติดตามเฝ้าระวังการทำเหมืองแร่สังกะสี และบริษัท ผาแดงอินดัสทรี จำกัด เพื่อขอให้ดำเนินการเอาผิดทางปกครองหรือทางแพ่ง แต่ข้าพเจ้าทั้งสองก็ยังคงทุกข์ใจอยู่ตลอดเวลา เพราะไม่รู้ว่าการดำเนินคดีจะต้องใช้เวลาเท่าไหร่ และจะมีผลออกมาเช่นใด ซึ่งข้าพเจ้าทั้งสองก็ไม่รู้ว่าจะยังมีชีวิตอยู่ทันได้เห็นผลหรือไม่ เนื่องจากว่าข้าพเจ้าทั้งสองอายุมากแล้ว
เรื่องการยื่นถวายฎีกาแด่พระองค์ท่าน ข้าพเจ้าก็ใช้เวลาคิดใคร่ครวญอยู่นานหลายปี เพราะเกรงว่าจะระคายเคืองเบื้องพระยุคลบาทและกลัวข้าราชการกับนักการเมืองในพื้นที่มาข่มขู่คุกคาม แต่เมื่อนึกถึงความเจ็บไข้ได้ป่วยและชราภาพของข้าพเจ้าทั้งสองจึงตัดสินใจทำการยื่นถวายฎีกาเพื่อขอความเมตตาแด่พระองค์ท่าน โดยข้าพเจ้าทั้งสองมิได้มีความประสงค์ขอความช่วยเหลือเพียงลำพังข้าพเจ้าสองคนให้รอดพ้นจากความทุกข์เท่านั้น แต่ข้าพเจ้าทั้งสองขอถวายฎีกาเพื่อขอความช่วยเหลือให้แก่ประชาชนทั้งหมดในเขตอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก ที่ถูกผลกระทบจากสารพิษแคดเมียมปนเปื้อนในแหล่งน้ำ ไร่นาและในร่างกาย
สุดท้ายนี้ ข้าพเจ้าทั้งสองเป็นห่วงก็แต่ลูกหลานของข้าพเจ้าทั้งสองที่น่าจะมีสารพิษแคดเมียมปนเปื้อนในร่างกายสะสมอยู่ในระดับที่คาดว่าน่าจะสูงขึ้นเรื่อย ๆ ตามอายุขัย คงจะเป็นผู้ได้รับผลกระทบต่อจากรุ่นของข้าพเจ้าทั้งสองต่อไป ข้าพเจ้าทั้งสองคิดใคร่ครวญอยู่หลายปีถึงการยื่นถวายฎีกาแด่พระองค์ท่าน บัดนี้ ข้าพเจ้าทั้งสองได้ทำตามใจปรารถนาแล้ว หากแม้จะตายก็คงนอนตายตาหลับแล้ว


ชื่อ
เบอร์โทรศัพท์
อีเมล
หัวข้อ
รายละเอียด



ประชาสัมพันธ์ / บทความ

ขอเชิญชวนเสนอรายชื่อสตรีที่มีผลงานดีเด่นด้านกระบวนการยุติธรรม ประเภทกระบวนการยุติธรรมทั่วไป ประจำปี ๒๕๕๘ 
ทีดีอาร์ไอหนุนรัฐรวม 3 กองทุนสุขภาพ อุดรอยรั่วงบฯก่อนเจ๊ง-ชี้ประหยัดทันที 6 หมื่นล้าน!
สปส.เล็งเพิ่มงบค่ารักษารายหัวเป็น 2,526 บ. (สำหรับสมาชิก)
สปส.เล็งเพิ่มงบค่ารักษารายหัวเป็น 2,526 บ.
ทีดีอาร์ไอเสนอมาตรการ “3 : เลิก เร่ง รุก โล๊ะ” คุมต่างด้าวยั่งยืน
อีกมุมหนึ่งของแรงงานในอุตสาหกรรมอัญมณีช่วงวิกฤตเศรษฐกิจ
นักวิชาการ ชี้ เปลี่ยน สปส.เป็นองค์กรอิสระ
แรงงาน ความเสี่ยงอนาคต
สปส.เผยมีนายจ้างค้างชำระเงินสมทบกองทุนฯ เกือบ 4 พันล.
ดุสิตโพลเผย ปชช.จับตา “ครม.ยิ่งลักษณ์” - ค่าแรง 300 บาท
"ฮิลลารี คลินตัน" เรียกร้องประเทศอุษาคเนย์ปกป้องสิทธิแรงงาน
หนีไทยไปเขมร ทุนญี่ปุ่นขาดแคลนแรงงานฝีมืออย่างหนัก
ประชานิยม’เป็นตัวฉุด‘ผลิตภาพ’ในประเทศไทย (ตอนจบ)
สปส.ทวงหนี้โรงงานเบี้ยวจ่ายสมทบ
‘ประชานิยม’เป็นตัวฉุด‘ผลิตภาพ’ในประเทศไทย (ตอนแรก)
ทำสำมะโนธุรกิจ-อุตสาหกรรมปี 2
สธ. เผย ปชช.เครียดวัยแรงงานเสี่ยงฆ่าตัวตายสูงสุด
นักวิชาการหวั่น อีก 3 ปีเปิดอาเซียน แรงงานไทยรั้งท้าย จี้เร่งพัฒนาฝีมือ-ปฏิรูปกฎหมาย
สำนักงานสถิติทำสัมมะโนธุรกิจ
ทีดีอาร์ไอเสนอ 3 ทางเลือก ปรับ“ค่าจ้าง 300 บาท”อย่างไรไม่จนลง
รมว.แรงงาน ยันยังไม่พบนายจ้างเบี้ยวค่าแรง 300
“สมรรถนะ” คือโอกาสรอดของผู้จบอาชีวศึกษาและอุดมศึกษาในอนาคต
ค่าจ้างขั้นต่ำ 300 บาท - แรงงานไทยไม่ใช่แรงงานทาส
ค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาท อะไรคือก้าวต่อไปของฝ่ายแรงงาน
3 ปัญหาหนักอก (ยอดนิยม) ของพนักงาน
ทำความรู้จัก "3กองทุน 1มาตรฐาน"
เตรียมพร้อม "3 กองทุน 1มาตรฐาน"
เผดิมชัย สะสมทรัพย์ ค่าจ้าง 300 บาท เพื่อความเป็นธรรมกับแรงงาน
นักวิชาการห่วงไทยซ้ำรอยวิกฤติปี 40 แนะศึกษาผลกระทบเปิดเสรีอาเซียนรอบด้าน
“เผดิมชัย” เมิน ชี้โอนผู้ประกันตนให้ สปสช.แค่ความเห็นกฤษฎีกา
เตรียมช่วย SME หลังค่าจ้าง 300 บาทเริ่มบังคับใช้
3 กองทุนสุขภาพสรุป ป่วยฉุกเฉิน รักษาได้ทุกโรงพยาบาล
สหภาพ ปตท. บุกพบ "โต้ง" สัปดาห์หน้า ค้านขายหุ้น-เตือนกระทบวงกว้าง
นักวิชาการแจงผลดีผลเสียโอนหนี้
“รสนา” ชำแหละ “ปตท.-รัฐบาล” สุมหัวสูบเลือด ปชช. ถามจะยอมต่อไปหรือ
“อนุสรณ์ ธรรมใจ” มั่นใจ ศก.ไทยปี 55 ขยายตัว 6.5%
พลิกมุม 360 องศา ทิศทางแรงงานไทยในสายตา ‘แล ดิลกวิทยรัตน์’
เสียงจาก ADB "IMT–GT คือหัวหอก ASEAN"
ปรับเงินเดือน ขรก.-ลูกจ้าง วุฒิ ป.ตรี 1.5 หมื่นบาท ของขวัญปีใหม่ 6.5 แสนรายเฮลั่น!
โรงงานอยุธยาเสียหายหนักสุด 160,000 ล้านบาท
ปธ.หอการค้าญี่ปุ่น-กรุงเทพฯยันไม่ย้ายฐานผลิต
นวนครเตรียมสร้างเขื่อนกั้นน้ำถาวร
เสวนาวิกฤติน้ำท่วมกับสิทธิมนุษยชน
ปิดศูนย์ช่วยเหลือแรงงานโดนน้ำท่วม ชี้น้ำลดแต่ปัญหายังไม่จบ!
สรุปบทเรียน: ความช่วยเหลือแรงงานช่วงน้ำท่วมและก้าวต่อไปหลังน้ำลด
นักวิชาการเสนอสถานการณ์แรงงานหลังน้ำท่วมและยุทธศาสตร์ขบวนการแรงงานไทย
กสร.เผยยอดลูกจ้างคืนโรงงาน 6 แสนคน
ย้ำย้ายฐานผลิตเป็นเฉพาะบริษัท ร้องรัฐเร่งเงินชดเชยเร็วสุดก่อนตายหมด
ยื้อเงินชดเชยซ่อมบ้าน ค่าวัสดุ2-3หมื่นบาทส่อดึงยาว
คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย คิดค้นสารละลายที่ใช้ชื่อว่าเอสเอ็ม เพื่อใช้สำหรับช่วยเหลือผู้ประกอบการในการฟื้นฟูเครื่องจักรที่ประสบปัญหาจากอุทกภัย
นักวิชาการด้านรัฐศาสตร์ชี้ว่า นโยบายเศรษฐกิจของไทยมีความเสี่ยงสูง หากยังคงให้ความสำคัญกับทุนนิยมการเงิน ซึ่งเป็นสาเหตุของวิกฤตเศรษฐกิจนับครั้งไม่ถ้วน
‘ญี่ปุ่น-ยุโรป’ แห่ย้ายฐานสิ่งทอจากจีนเข้าไทย อุตฯ จี้รัฐแก้ 7จุดอ่อนสกัดกลุ่มอาเซียนชิงตลาด
จี้ 'ปู'วาง9แนวทางสกัดต่างชาติย้ายฐาน โวยหยุดคอร์รัปชั่นสูงปรี๊ด-แก้กฎระเบียบดึงทุนได้
ปัญหาความยุติธรรมในสังคมไทย
วิกฤติน้ำท่วมพ่นพิษกลุ่มทุนที่อยุธยา 36 บริษัท ประกาศเลิกจ้างแรงงานแล้ว 9,000 คน
เปิดนโยบายทำทันที ค่าแรง-น้ำมัน-จำนำข้าว
หอการค้าพร้อมหารือรัฐบาลใหม่
ก.แรงงาน เดินหน้าเปิดเว็บไซต์รวมงานวิจัยด้านแรงงานกว่า 2,000 เรื่อง
ไม่ว่าผู้ประกันตนจะได้รับความเดือดร้อน หรือผลกระทบอย่างไร แต่หากยังไม่รวมตัวลุกขึ้นมาเรียกร้องสิทธิ์และผลประโยชน์ของตัวเอง ผู้ประกันตนก็จำต้องทนอยู่กับสิ่งที่ได้รับแบบเดิมที่ไม่คุ้มค่า
ปลัดแรงงาน เผย ไทยเข้าสู่ยุคขาดแคลนแรงงานฝีมือ
ไทยเตรียมตอบโต้ชี้แจงสหรัฐที่กล่าวหาว่าไทยติดอันดับการค้ามนุษย์ ด้านผู้เสียหายยังเห็นว่าการตัดสินคดียังล่าช้า
ขรก.-รสก.เฮ! พท.ลั่นปรับฐาน 1.5 หมื่นบาท แรงงาน 300 บาทต่อวันปีหน้า
ประกันสังคม วอนเลิกคำสั่งยุบรวมกับบัตรทอง
สปสช.แจงสิทธิตายตามประกาศกระทรวงไม่เกี่ยวกับการช่วยเหลือตาม ม.41
ผู้ประกอบการโรงงานโรงเท้าส่งออกก็ระบุการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ ไม่ส่งผลต่อการประกอบการ
ชุมชนรอบมาบตาพุดหวั่น รง.เก็บสารเคมีระเบิดหาก พนง.ทิ้งงานหลังค้างจ่ายเงินเดือน
สปสช.โว หลังกองทุนยา-เวชภัณฑ์ ตั้งขึ้น 1 ปี พบ ผู้ป่วยระบบรักษาฟรีเข้าถึงยาจำเป็นเพิ่มมากขึ้น
ขึ้นค่าแรง จุดขายฝันนักการเมือง
ขู่บริษัทลักไก่เลิกจ้างชั่วคราว ฟันแน่เบี้ยวค่าแรง
ภาคเอกชนย้ำ ปัญหาคอรัปชั่น ตัวร้ายกัดกร่อนเศรษฐกิจไทยเติบโต
ชงผู้ประกันตนควบสิทธิ์บัตรทอง
สปส.อุดช่องโหว่ให้ผู้ประกันตน ระบุผู้รับผลประโยชน์
ความเสี่ยงของผู้ประกันตน
สปส.โยนหินเก็บเงินสมทบเพิ่มอ้างผู้สูงอายุพุ่ง หวั่นกองทุนฯเจ๊ง ปี 2586
ปลัดรง.ยันไม่กดดันพรรคชู "ปรับค่าจ้าง" หาเสียง
ยูเอ็นชี้ ประชากรโลกพุ่ง 7 พันล้านคน 31 ต.ค.นี้
ทีดีอาร์ไอ เผยผลศึกษาปัญหาทุจริต-คอร์รัปชั่นในไทย แนวโน้มยังเหมือนเดิม
ฟอร์จูน สำรวจ 100 บริษัทที่น่าทำงานมากที่สุดในโลก เชื่อหรือไม่ อันดับ 1 มีสาขาอยู่ในไทยด้วย !
"มาร์ค"ทิ้งทวน ครม.นัดสุดท้ายกว่า 8 หมื่นล้านบาท เทให้ปชป. 2.8 หมื่นล้าน ภท.ได้มากสุด 4.6 หมื่นล้าน
แฉ! รพ.เรียกเก็บเงินจากผู้ประกันตน
เตรียมฟ้อง สปส. คืนเงิน ประกันสุขภาพ
สปสช.ขยายสิทธิ์ รักษา 2 โรคมะเร็ง เม็ดเลือด-น้ำเหลือง
ไทยมีประชากรมากเป็นอันดับ 4 ของภูมิภาค
สตง.จี้ ก.แรงงาน-สธ.แก้ กม.ยกเว้นเก็บค่าประกันตน 45 ชี้ ไม่เป็นธรรมต่อผู้จ่ายเงินสมทบ
แรงงานฟังสปส.แจงคีลนิกโรคจากการทำงาน
ดีเดย์ 1 พ.ค.เลิกจ่ายเงินประกันสังคม เล็งยื่นศาล รธน. ระงับใช้
ส.อ.ท.อัดขึ้นค่าแรงขั้นต่ำหาเสียง โยนภาระให้เอกชนแบกต้นทุน
โครงการเสวนาเรื่อง เสียงครวญจาก “ลุ่มน้ำโขง” บอกเล่าปัญหาแรงงานข้ามชาติที่เป็นผลมาจากนโยบายการย้ายถิ่น
ภัยคุกคามหลัก 10 ประการต่อเสรีภาพในการแสดงออกในสิบปีข้างหน้า
ม็อบลูกจ้างร้องแรงงานวอนเก็บหนี้นายจ้างจ่ายชดเชย
รุมสับหาเสียงประชานิยม ส่อเค้าเหลว-ค้านขึ้นค่าแรงเว่อร์
บริษัทศึกษาภัณฑ์ขอนแก่น นำร่องขึ้นค่าแรง 300 บาท
ปลัดก.แรงงานแจงการโอนสิทธิ์ประกันสังคมไปยังสปสช.ทำได้ยาก เหตุจากระบบแตกต่างกันมาก โดยมีแนวทางแก้ปัญหารักษาโรคร้ายแรง ด้วยการแยกบัญชีออกจากเงินค่าเหมาจ่ายรายหัว ส่วนบำเหน็จของแรงงานนอกระบบ รัฐบริหารเงินแทน โดยการทยอยจ่ายระยะเวลา 15 ปี
ม.หอการค้า เผยแรงงาน 88.4% หนี้ท่วมหัว กระทุ้งขึ้นค่าแรง 9 บาท
ก.แรงงาน เตรียมจัดทำมาตรฐานฝีมือตามสาขาอาชีพ รับการเคลื่อนย้ายแรงงานเสรีปี 58 สอดรับค่าจ้างตามมาตรฐานฝีมือแรงงาน โดยเน้นแรงงานฝีมือ เพื่อแข่งขันกับแรงงานอาเซียน ส่วนเรื่องตั้งสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพนำเรื่องเข้าครม.เดือนนี้
3 เอ็นจีโอฟ้อง สปส.ให้คืน-หยุดเก็บเงินสมทบสุขภาพ 1%
3 เอ็นจีโอฟ้อง สปส.ให้คืน-หยุดเก็บเงินสมทบสุขภาพ 1%
ปลัดแรงงานยันจ่ายแน่ค่า HA กลุ่มหมอจ่อฟ้องหากเบี้ยว
ปลัดแรงงานยันจ่ายแน่ค่า HA กลุ่มหมอจ่อฟ้องหากเบี้ยว
ค้านเอาเงิน สปส.จ่าย สปสช.หากโอนผู้ประกันตนไปบัตรทอง
รมว.แรงงานเผยเตรียมลงทะเบียนแรงงานข้ามชาติรอบใหม่
รมว.แรงงานเผยเตรียมลงทะเบียนแรงงานข้ามชาติรอบใหม่
เปิดผลสำรวจการจ้างงานปี2553 งานบริการ-ไอที-คอมพิวเตอร์ครองแชมป์
บีโอไอเผย 109 บริษัทยันลงทุนในไทยต่อเนื่อง เร่งขยายกำลังผลิต-จ้างงาน
2 กุมภาพันธ์ 2554 สภาผู้แทนราษฎรลงมติเห็นชอบวาระ 3 ร่างพระราชบัญญัติกองทุนการออมแห่งชาติ เรียบร้อยแล้ว
คาร์ฟูร์ถูกปรับขั้นสูงสุด หลังตรวจพบว่าติดป้ายราคาหลอกลวง
มังกรเงื้อฟัน ค้าปลีกยักษ์ฯ ติดป้ายว่าถูก แต่จ่ายเพิ่มที่เคาน์เตอร์
ครม.ไฟเขียว แรงงานนอกระบบจ่าย 100 บาท รับบำเหน็จชราภาพ
สหภาพแรงงานในกัมพูชา โวยกฏหมายใหม่จำกัดสิทธิสหภาพฯ
แกนนำสหภาพแรงงานถูกทำร้ายร่างกาย ช่วงเจรจาข้อตกลง
แรงงานนอกระบบวิพากษ์ "ประชาวิวัฒน์" ฝนตกไม่ทั่วฟ้า หวั่นแค่เครื่องมือทางการเมือง
ผลสำรวจ ชี้ คอร์รัปชันไทยอยู่ในระดับรุนแรง สูญงบปีละกว่า 2 แสนล.
เปิดผลสำรวจโบนัส-เงินเดือน คนอสังหา-รถยนต์เป๋าตุงรับอื้อ แอล.พี.เอ็นฯแชมป์ จ่าย10.5เดือน
ขึ้นเงินเดือนนักการเมืองห่วยแตก-อย่าท้าทายสังคม !!
ตัวแทน ปชช.โกนหัวประท้วงรัฐบาลไม่นำร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองฯ เข้าสภา
ขอเชิญชวนประชาคม มศว และบุคคลผู้สนใจ ร่วมพูดคุยเสวนา



แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล


Copyright © 2010 All Rights Reserved.

ศูนย์ช่วยเหลือและจัดการวิกฤติแรงงาน
อีเมล : wgal@labourcrisiscenter.com
เว็บไซต์ : htpp://www.labourcrisiscenter.com
 

เว็บไซต์นี้ “ มูลนิธิเอเชียสนับสนุนเว็บไซด์นี้ภายใต้โครงการของ โครงการบรรเทาผลกระทบต่อคนทำงานอันสืบเนื่องจากวิกฤติเศรษฐกิจโลก ความคิดเห็นที่นำเสนอบนเว็บไซต์นี้เป็นของ โครงการบรรเทาผลกระทบต่อคนทำงานอันสืบเนื่องจากวิกฤติเศรษฐกิจโลก เท่านั้น และไม่จำเป็น ว่ามูลนิธิเอเชียจะเห็นพ้องด้วยแต่ประการใด” The Asia Foundation supports this website through a project with Working Group on Alleviating the Impact of the Global Economic Crisis on Affected Labors Project The views express on this website are solely those of the Working Group on Alleviating the Impact of the Global Economic Crisis on Project and do not necessary reflect the views of the Foundation