นายกสมาคมก่อสร้างชี้ปีหน้าธุรกิจอาจชะลอตัวหรือปิดกิจการหลังว่าที่รัฐบาลใหม่เล็งขยับค่าแรงขั้นต่ำเป็น 300 บาท ดันต้นทุนก่อสร้างพุ่ง เผยเป็นนโยบายซ้ำเติมผู้รับเหมา พร้อมวอนรัฐเร่งเซ็นสัญญาเวียดนาม ลาว กัมพูชาแก้ปัญหาแรงงานขาด
นายพลพัฒ กรรณสูต นายกสมาคมอุตสาหกรรมก่อสร้างไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เปิดเผยว่า จากนโยบายขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาทของพรรคเพื่อไทยที่กำลังจะเข้ามาเป็นรัฐบาลชุดใหม่ น่าจะส่งผลกระทบกับบรรดาผู้รับเหมาในอุตสาหกรรมก่อสร้างเป็นอย่างมาก เนื่องจากบางรายได้ไปประมูลการก่อสร้างไว้แล้วในปีนี้ โดยในสัญญาจะกำหนดราคาก่อสร้างไว้ล่วงหน้าไว้แล้ว ทั้งค่าแรงและค่าวัสดุก่อสร้าง ซึ่งหากมีกลไกการขึ้นค่าแรงอีก จะทำให้กลุ่มผู้รับเหมาต้องมาวางแผนใหม่เพื่อให้สอดคล้องกับต้นทุนที่ปรับเพิ่มขึ้น
ทั้งนี้ จากปัจจัยลบดังกล่าว อาจส่งผลให้มีการเปลี่ยนสัญญาราคาก่อสร้างกับลูกค้า และอาจเป็นผลนำไปสู่การยกเลิกสัญญาในอนาคต อย่างไรก็ตาม ในฐานะที่เป็นนายกสมาคม มีบริษัทผู้รับเหมาที่เป็นสมาชิกจำนวน 500 ราย ซึ่งหากมีการปรับค่าแรงจริง เชื่อว่าในปีหน้าอาจจะต้องมีกลุ่มผู้รับเหมารายเล็กได้รับผลกระทบจากปัจจัยดังกล่าว และนำไปสู่การชะลอการก่อสร้างหรือปิดกิจการ
"นโยบายดังกล่าวเป็นนโยบายที่ซ้ำเติมกลุ่มผู้รับเหมาเพราะตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา ราคาวัสดุก่อสร้างมีการปรับตัวอย่างต่อเนื่องกว่า 5.8% โดยคิดเป็น 3% ของต้นทุนก่อสร้างที่ผู้รับเหมาต้องแบกรับอยู่แล้วซึ่งหากรัฐบาลใหม่ใช้นโยบายขึ้นค่าแรงจริงจะส่งผลให้ต้นทุนค่าแรงปรับต้องปรับขึ้นถึง 30% ส่วนต้นทุนก่อสร้างปรับเพิ่มขึ้นอย่างน้อย 6% ภาพรวมจะทำให้ต้นทุนของผู้รับเหมาปรับขึ้นอย่างน้อย 9-10% เท่ากับเป็นการตอกย้ำปัญหาของภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ไทย" นายพลพัฒกล่าว
อย่างไรก็ตาม แม้รัฐบาลจะออกมาตรการลดหย่อนภาษี แต่เชื่อว่าไม่สามารถทดแทนเงินส่วนต่างที่หายไปจากการจ่ายค่าแรงได้ เพราะผู้ประกอบการบางรายหรือในบางธุรกิจมีกำไรน้อยและไม่ต้องจ่ายภาษีหรือจ่ายน้อยอยู่แล้ว จึงไม่น่าจะได้รับประโยชน์ในส่วนนี้ หากภาครัฐต้องการจะขึ้นค่าแรงขั้นต่ำจริง ควรปรับเพิ่มฐานราคาต้นทุนในระดับที่เท่ากันทั้งในส่วนของงานราชการและงานเอกชน
ปัจจุบัน ภาคอุตสาหกรรมก่อสร้างของไทยมีแนวโน้มที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่องนับจากปี 2550 โดยเฉพาะในปีนี้ ผู้รับเหมาหลายรายมีงานเต็มมือไปจนถึง 6 เดือนข้างหน้า เนื่องจากการเติบโตของเศรษฐกิจและโครงการขนาดใหญ่ของภาครัฐที่เริ่มมีการก่อสร้างในช่วงต้นปีนี้ เชื่อในช่วงครึ่งปีหลังนี้จะมีแนวโน้มการเติบโตที่ดีขึ้น
"ถ้าภาครัฐใจร้อนเช่นนี้ก็จะทำให้ระบบการก่อสร้างรวนและส่งผลไปสู่การเบรกการลงทุนในปีหน้าแต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย แต่อย่างไรก็ตามอยากขอให้รัฐบาลรีบเซ็นสัญญากับทางกัมพูชา ลาว และเวียดนามเพื่อจ้างแรงงานต่างด้าวมาทดแทนแรงงานไทยได้อย่างถูกกฎหมายและแก้ปัญหาการขาดแคลนแรงงาน"นายพลพัฒกล่าว
นายกิตติพล ปราโมช ณ อยุธยา นายกสมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทย กล่าวว่ามีความเป็นห่วงนโยบายการปรับค่าแรงงานขั้นต่ำของว่าที่รัฐบาลใหม่ซึ่งอาจกระทบต้นทุนจนส่งผลให้มีการปรับสูงขึ้นกว่า 10% จากปัจจุบันโครงการแนวราบต้นทุนค่าก่อสร้างอยู่ที่ 30-40% แนวสูงอยู่ที่ 20-30% คาดปี 2555 น่าจะมีการปรับราคาขายที่อยู่อาศัย เพื่อชดเชยต้นทุนที่สูงขึ้น
ขอขอบคุณข้อมูลจาก
ภาพประกอบไ่ม่เกี่ยวข้องกับข้อมูล