| ชาวอังกฤษกว่า 2 แสน ร่วมประท้วงมาตรการรัดเข็มขัดของรัฐบาล Share
ชาวอังกฤษกว่า 2 แสน ร่วมประท้วงมาตรการรัดเข็มขัดของรัฐบาล
วันที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2554

ผู้นำสหภาพแรงงานอังกฤษคาดว่าจะมีประชาชนนับแสน ออกมาประท้วงเพื่อต่อต้านมาตรการรัดเข็มขัดของรัฐบาลในวันนี้ (26 มี.ค.) ซึ่งนับเป็นการชุมนุมประท้วงครั้งใหญ่ที่สุดในกรุงลอนดอน นับแต่การประท้วงการทำสงครามในอิรักเมื่อปี 2003
โดยผู้นำสหภาพแรงงานกล่าวว่า ประชาชนมากกว่า 2 แสนคน ซึ่งไม่พอใจต่อนโยบายการตัดลดค่าใช้จ่ายจำนวนมหาศาลของรัฐบาล ระดับการว่างงานที่เพิ่มขึ้น การขึ้นภาษี และการปฏิรูประบบเบี้ยบำนาญ จะเข้าร่วมการประท้วงในวันนี้
ตำรวจเกรงว่า ความไม่พอใจที่ค่อยๆก่อตัวขึ้นเรื่อยๆนี้ อาจก่อให้เกิดความรุนแรงขึ้นอีกครั้ง นับตั้งแต่เหตุการณ์เมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา ที่นักศึกษาต่างออกมาเดินขบวนประท้วงคัดค้านการขึ้นค่าหน่วยกิตของมหาวิทยาลัยในประเทศ ซึ่งถือเป็นเหตุความรุนแรงครั้งเลวร้ายที่สุดครั้งหนึ่งในรอบทศวรรษ โดยมีการเตรียมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจกว่า 4,500 นาย เพื่อรักษาความเรียบร้อย ขณะที่ีสหภาพแรงงานแจ้งว่า ตนได้เตรียมเจ้าหน้ากว่า 1,000 คน เพื่อดูแลให้กลุ่มผู้ประท้วงร่วมชุมนุมด้วยความสงบ "อย่างเป็นครอบครัว"
รัฐบาลผสมอังกฤษภายใต้การนำของพรรคอนุรักษ์นิยม กำลังพยายามผลักดันโครงการลดหนี้สินเพื่อลดการขาดดุลงบประมาณ ซึ่งปัจจุบันพุ่งขึ้นไปถึงร้อยละ 10 ของผลผลิตมวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) โดยมีเป้าหมายภายในปี 2015 เพื่อรักษาอันดับเครดิตของอังกฤษไว้ที่ AAA
แต่บรรดาสหภาพแรงงานกล่าวแย้งว่า รัฐบาลนำมาตรการดังกล่าวออกมาบังคับใช้เร็วเกินไป อีกทั้งยังก่อให้เกิดความความเดือดร้อนให้ประชาชนนับล้านคน ขณะที่จำนวนผู้ว่างงานมีระดับสูงที่สุดนับตั้งแต่ปี 1994
"ประชาชนรู้ดีว่ารัฐบาลจำเป็นต้องลดการขาดดุลงบประมาณลง แต่การนำนโยบายเช่นนี้มาใช้เร็วและแรงเกินไป ยิ่งทำให้การเมืองและเศรษฐกิจของประเทศขาดความมั่นคงยิ่งขึ้นไปอีก ผลักดันให้ระดับการว่างงานเพิ่มขึ้น และสร้างความกังวลให้กับประชาชนอย่างยิ่ง" นายเอ็ด บอลส์ ผู้นำพรรคแรงงานกล่าว
นายเบรนดัน บาร์เบอร์เลขาธิการทั่วไปองค์กรสหภาพการค้า (ทียูซี) กล่าวว่า การประท้วงครั้งนี้จะได้รับการสนับสนุนจากผู้คนจำนวนมาก และคาดว่าจะเป็นการชุมนุมประท้วงครั้งใหญ่ที่สุดในกรุงลอนดอน นับตั้งแต่มีผู้คนนับล้านออกมาประท้วงต่อต้านการรุกรานอิรักเมื่อปี 2003
ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมาหลายประเทศในยุโรปเผชิญการประท้วงครั้งใหญ่ ขณะที่รัฐบาลพยายามลดทอนรายจ่ายภาครัฐ เพื่อช่วยให้เศรษฐกิจฟื้นตัวหลังเผชิญวิกฤตการเงินครั้งใหญ่
http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1301144861&grpid=&catid=06&subcatid=0600 |