banner
dot dot
bulletประวัติศาสตร์แรงงานไทย
bulletศูนย์รับเรื่องร้องเรียนกรณีค่าจ้างไม่เป็นธรรม
bulletเชิญร่วมลงรายมือชื่อสนับสนุนและผลักดันร่างพรบ.ประกันสังคมฉบบัที่ 14,264 รายชื่อ
bulletผลสำรวจค่าครองชีพผู้ใช้แรงงาน
bulletใบแถลงข่าว ผลสำรวจค่าครองชีพผู้ใช้แรงงาน
bulletข้อเรียกร้องวันกรรมกรสากลคณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย 1 พ.ค. 55
bulletแบบเสนอชื่อเสนอกฎหมายพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ (ฉบับที่..) พ.ศ. .. ( ฉบับบูรณาการแรงงาน )
dot
มุมกฎหมาย
dot
bulletพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ ๒๕๑๘
bulletพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑
bulletพระราชบัญญัติ แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ พ.ศ. ๒๕๔๓
bulletพระราชบัญญัติประกันสังคม และกฎหมายลำดับรอง
bulletพระราชบัญญัติ เงินทดแทน พ.ศ. ๒๕๓๗
bulletพ.ร.บ การทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ. ๒๕๒๑
bulletพระราชบัญญัติกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ พ.ศ. ๒๕๓๐
bulletพระราชบัญญัติ จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. ๒๕๒๒
bulletพระราชบัญญัติ จัดหางานและคุ้มครองคนหางาน (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๗ มาตราที่ ๑-๓๗
bulletกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง
dot
หน่วยงานด้านแรงงาน
dot
bullet องค์กรแรงงาน
bulletกระทรวงแรงงาน
bulletกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน
bulletสำนักงานประกันสังคม
bulletสมาคมส่งเสริมความปลอดภัยและอนามัยในการทำงาน (ประเทศไทย )
bulletสำนักความปลอดภัย
bulletกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน
bulletกรมจัดหางาน
bulletศาลแรงงานกลาง
dot
คำสั่งเจ้าพนักงาน
dot
dot
ฎีกาที่น่าสนใจ
dot
bulletการสื่อสารเฉพาะ ๘ พื้นที่ และภาคี
dot
สมัครสมาชิก
ชื่อผู้ใช้ :
รหัสผ่าน :
เข้าสู่ระบบอัตโนมัติ :
bullet ลืมรหัสผ่าน
bullet สมัครสมาชิก
dot


แบนเนอร์ตัวอย่าง


กว่า 1 ขวบปี...ไทย (หรือใคร) เข้มแข็ง?

Share

กว่า 1 ขวบปี...ไทย (หรือใคร) เข้มแข็ง?

 
31 ธันวาคม 2553
หลังเทศกาลปีใหม่ปี 2554 นี้ รัฐบาลภายใต้การนำของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เตรียมมอบของขวัญแก่ประชาชน โดยจะประกาศแผนปฏิบัติการตัวใหม่ภายใต้ชื่อเรียกอย่างโก้หรูว่า "แผนปฏิบัติการประชาวิวัฒน์ คิดนอกกฎ บริหารนอกกรอบ" ซึ่งกำลังเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันอย่างเผ็ดร้อนอยู่ในขณะนี้ว่ารัฐบาลกำลังออกนโยบายเพื่อหาเสียงล่วงหน้า 
     ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใด แต่เมื่อของใหม่กำลังจะมา จึงทำให้นโยบายเก่าๆ ดูเหมือนจะถูกลืมเลือนไปบ้าง อย่างเช่นกรณี "แผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง 2555"
     ซึ่งหากย้อนกลับไปเมื่อช่วงปี 2552 ตอนนั้นรัฐบาลได้ประกาศเดินหน้าแผนปฏิบัติการฯ ดังกล่าวขึ้น โดยอ้างถึงความจำเป็นว่ามาจากการที่เศรษฐกิจโลกมีแนวโน้มหดตัวอย่างรุนแรงในปี 2552 และคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจของไทยจะได้รับผลกระทบในภาคการส่งออก การผลิต การบริโภค และการลงทุนของภาคเอกชน ส่งผลให้เกิดปัญหาการว่างงานเพิ่มขึ้น 
     (จำนวนผู้ว่างงานในเดือนมกราคม 2552 ประมาณ 878,900 คน เพิ่มขึ้น 39% และขณะนั้นมีการคาดการณ์ว่าในปี 2552 จะมีผู้ว่างงานเพิ่มขึ้นเป็น 1.9-2 ล้านคน)
     ทั้งนี้ แผนปฏิบัติการฯ ดังกล่าวเป็นโครงการลงทุนภายใต้แผนฟื้นฟูเศรษฐกิจระยะที่ 2 หรือ Stimulus Package 2 (SP2) ต่อเนื่องจากระยะแรก (SP1) วงเงิน 1.167 แสนล้านบาท ที่เป็นการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าในช่วงเศรษฐกิจตกต่ำจนเข้าขั้นวิกฤติ ที่จะเป็นลักษณะการ "ผันเงิน" หรือ "แจกเงิน" เสียมากกว่า
     SP2 มีวงเงินรวมทั้งสิ้น 1.56 ล้านล้านบาท โดยใช้เงินจากงบประมาณ จำนวน 6.13 แสนล้านบาท เงินกู้ 6.92 แสนล้านบาท และรายได้และอื่นๆ อีก 2.6 แสนล้านบาท
     โครงการเหล่านี้รัฐบาลประกาศว่าจะเป็นโครงการลงทุนเพื่อเตรียมความพร้อมให้แก่ประเทศไทยในอนาคต ผ่านการลงทุนภาครัฐในโครงสร้างพื้นฐานสาขาหลักต่างๆ โดยแยกตามวัตถุประสงค์ได้ คือ 1.การสร้างความมั่นคงทางด้านอาหารและพลังงาน มีสาขาเดียว ได้แก่ สาขาทรัพยากรน้ำและการเกษตร 2.การปรับปรุงบริการสาธารณะขั้นพื้นฐาน แบ่งเป็น สาขาขนส่ง สาขาพลังงาน สาขาการสื่อสาร สาขาโครงสร้างพื้นฐานด้านการท่องเที่ยว สาขาพัฒนาด้านสาธารณสุข พัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน สาขาสวัสดิภาพของประชาชน สาขาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และสาขาสิ่งแวดล้อม 3.สร้างศักยภาพในการหารายได้จากการท่องเที่ยว มีสาขาเดียว คือ สาขาพัฒนาการท่องเที่ยว 4.สร้างฐานรายได้ใหม่ของประเทศ ลงทุนผ่านสาขาเศรษฐกิจเชิงสร้างสรรค์ 5.ยกระดับคุณภาพการศึกษาและการเรียนรู้ในสาขาการศึกษา 6.ปฏิรูปคุณภาพระบบสาธารณสุขผ่านสาขาพัฒนาด้านสาธารณสุข พัฒนาบุคลากร 7.สร้างอาชีพและรายได้ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต ผ่านสาขาการลงทุนในระดับชุมชน 8.อื่นๆ ตามที่คณะรัฐมนตรีกำหนดอีก ได้แก่ สาขาการประกันรายได้และการดำเนินงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
     โดยรัฐบาลตั้งเป้าหมายมุ่งหวังให้เกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยเพิ่มการลงทุนภาครัฐประมาณ 5% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) และเปิดโอกาสให้ภาคเอกชนเข้าร่วมลงทุนในโครงการลงทุนของภาครัฐ สร้างตำแหน่งงานใหม่ประมาณ 1.6 ล้านคน ภายใน 3 ปี (2553-2555) ซึ่งจะสามารถรองรับผู้ตกงานในปี 2552 ได้ประมาณ 85% กระจายการลงทุนทางด้านบริการส่าธารณะขั้นพื้นฐานไปสู่ต่างจังหวัดและชนบท นอกจากนี้ยังมุ่งหวังให้เกิดการสร้างความมั่นคงด้านอาหารและพลังงาน, เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตในภาคการเกษตรและอุตสาหกรรม, ปรับปรุงบริการสาธารณะขั้นพื้นฐานด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันและคุณภาพชีวิตประชาชน, เพื่อเร่งรัดและสร้างศักยภาพการหารายได้จากการท่องเที่ยว, สร้างรายได้จากเศรษฐกิจเชิงสร้างสรรค์, ยกระดับคุณภาพการศึกษาที่ทันสมัย, ปฏิรูปคุณภาพระบบสาธารณสุข และการสร้างอาชีพ สร้างรายได้ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต
     และเพื่อขับเคลื่อนนโยบายดังกล่าว รัฐบาลได้อ้างถึงความจำเป็นต้องกู้เงินถึง 8 แสนล้านบาท โดยแยกออกเป็น 2 ส่วน คือ การกู้เงินภายใต้พระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อฟื้นฟูและเสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจ พ.ศ.2552 วงเงิน 4 แสนล้านบาท และอีก 4 แสนล้านบาท ภายใต้ร่างพระราชบัญญัติให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อเสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจ พ.ศ... ทว่าด้วยวงเงินจากการกู้เงินที่มีจำนวนมหาศาลจึงนำมาซึ่งภาพลักษณ์ในทางไม่ดีต่อรัฐบาล โดยมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากฝ่ายต่างๆ โดยเฉพาะการตกเป็นเป้าโจมตีของฝ่ายค้าน ซึ่งประเด็นนี้มักถูกหยิบยกขึ้นมาเป็นหัวข้อหลักในการอภิปรายโจมตีรัฐบาล หรือในการชุมนุมต่อต้านรัฐบาลของฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยกับรัฐบาลชุดนี้อยู่ตลอดเวลา 
     ประจวบเหมาะกับการที่ภาวะเศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัวดีขึ้น ที่สุดแล้วรัฐบาลจึงตัดสินใจยกเลิกการกู้เงินอีก 4 แสนล้านบาท ตามร่าง พ.ร.บ.ฯ แต่ยังคงกู้เงินภายใต้ พ.ร.ก. 4 แสนล้านบาทอยู่ ซึ่งกำหนดการกู้เงินจะสิ้นสุดลงภายในสิ้นปี 2553
     ซึ่ง ณ วันที่ 10 ธ.ค.2553 พบว่า มีโครงการที่ได้รับอนุมัติใช้วงเงินกู้ภายใต้ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาทแล้วกว่า 4.27 หมื่นโครงการ มูลค่า 3.49 แสนล้านบาท ถือเป็น 100% เนื่องจากวงเงินกู้ที่จะใช้สำหรับโครงการลงทุนมีทั้งสิ้น 3.5 แสนล้านบาท (ก่อนหน้านี้มีการชดใช้เงินคงคลังไป 5 หมื่นล้านบาท) มีการจัดสรรเงินแล้วกว่า 4.13 โครงการ มูลค่า 3.32 แสนล้านบาท คิดเป็น 95% โดยลงนามในสัญญาแล้วกว่า 3.78 โครงการ มูลค่า 3.05 แสนล้านบาท คิดเป็น 87.2% ขณะที่มีการเบิกจ่ายแล้วกว่า 3.58 หมื่นโครงการ มูลค่า 2.49 แสนล้านบาท หรือ 71.3% และจากทั้งหมดนี้มีโครงการที่เสร็จสมบูรณ์แล้ว 4,207 โครงการ มูลค่า 4.15 หมื่นล้านบาท คิดเป็น 11.8%
     อย่างไรก็ดี จนถึงขณะนี้ผ่านมาปีกว่ายังไม่มีหน่วยงานใดทำการประเมินว่าผลที่ได้จากการดำเนินการตามแผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง จะส่งผลต่อระบบเศรษฐกิจไทยมากน้อยแค่ไหน
     ทั้งนี้ หากพิจารณาในเบื้องต้นโดยมองผลที่เกิดขึ้นในระยะที่ผ่านมา จะพบว่าในแง่การขยายตัวของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) เศรษฐกิจไทยเริ่มมีการฟื้นตัวนับตั้งแต่ไตรมาส 4 ปี 2552 โดยขยายตัว 5.8% ต่อปี จากไตรมาส 3 ที่หดตัว -2.8% ต่อปี เป็นการขยายตัวเป็นบวกครั้งแรกในรอบปี 2552 ต่อมาไตรมาสแรกปี 2553 เศรษฐกิจไทยขยายตัวสูงถึง 12% ต่อปี ต่อมาไตรมาส 2 ขยายตัว 9.1% ต่อปี ส่งผลให้ครึ่งปีแรกเศรษฐกิจไทยขยายตัว 10.6% ต่อปี นับว่าสูงที่สุดนับตั้งแต่ปี 2540 เป็นต้นมา และล่าสุด ไตรมาส 3 พบว่าเศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มชะลอลง แต่ยังขยายตัวเป็นบวกที่ 6.7% ต่อปี ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) คาดการณ์ว่าปี 2553 ทั้งปี เศรษฐกิจไทยน่าจะขยายตัวได้ 7.9% ต่อปี 
     ส่วนในแง่การจ้างงานก็พบว่าดีขึ้น โดย สศช.รายงานว่า ในไตรมาส 3 ปีนี้ อัตราการว่างงานอยู่ในระดับต่ำที่ 0.9% ของกำลังแรงงานรวม ลดลงจากไตรมาส 2 ที่มีจำนวนผู้ว่างงานทั้งสิ้น 498,700 คน คิดเป็นอัตราการว่างงาน 1.3% ถือว่าสถานการณ์ดีขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงไตรมาสแรกปี 2552 ที่มีอัตราการว่างงาน 2.1%
     นอกจากนี้ สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) โดยนายพิสิทธิ์ พัวพันธ์ ผู้อำนวยการส่วนวิเคราะห์เศรษฐกิจมหภาค เปิดเผยว่า สศค.ได้มีการประเมินผลกระทบทางเศรษฐกิจของไทยจากโครงการลงทุนภายใต้ SP2 โดยได้คาดการณ์ผลใน 2 กรณี ภายใต้สมมติฐานว่า 1.กรณีมีอัตราการเบิกจ่ายได้ครบ 100% (High case) จะส่งผลต่อเศรษฐกิจไทยให้สามารถขยายตัวสูงถึง 7.5% ต่อปี ในปี 2553 ขยายตัว 5% ต่อปี ในปี 2554 และขยายตัวได้ 6% ต่อปี ในปี 2555 และ 2.กรณีมีอัตราการเบิกจ่ายได้ 75% (Medium case) โดยตั้งสมมติฐานว่า มีอัตราการเบิกจ่ายที่ 70% จะส่งผลต่อเศรษฐกิจไทยให้สามารถขยายตัวสูงถึง 7.5%, 4.75% และ 5.75% ต่อปี ในช่วงตั้งแต่ปี 2553-2555 ตามลำดับ
     ซึ่งสถานการณ์เบิกจ่ายงบล่าสุด พบว่าแผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็งสามารถเบิกจ่ายได้รวมกว่า 2.5 แสนล้านบาท คิดเป็นอัตราเบิกจ่ายกว่า 71% ซึ่งการเบิกจ่ายหลักมาจากโครงการในสาขาการปรับปรุงบริการสาธารณะขั้นพื้นฐานในสาขาการขนส่งที่เบิกจ่ายได้ 85.9% การลงทุนในระดับชุมชนเบิกจ่ายได้ 81.4% และสาขาการประกันรายได้และการดำเนินงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องที่สามารถเบิกจ่ายได้ 98.8% ของกรอบวงเงินที่ได้รับอนุมัติ
     หรือแบ่งเป็นการเบิกจ่ายรายภาคได้ดังนี้ ภาคเหนือเบิกจ่ายได้ 3.21 หมื่นล้านบาท หรือคิดเป็น 72.4% ภาคกลางเบิกจ่ายได้ 6.25 แสนล้านบาท หรือคิดเป็น 71.1% ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เบิกจ่ายแล้ว 5.23 หมื่นล้านบาท คิดเป็น 77% ภาคใต้เบิกจ่ายแล้ว 2.81 หมื่นล้านบาท หรือคิดเป็น 62.3% และการเบิกจ่ายในส่วนกลาง 7.44 หมื่นล้านบาท หรือคิดเป็น 71.1%
     ต้องยอมรับว่าส่วนหนึ่งรัฐบาลชุดนี้อาจจะเฮง เพราะเศรษฐกิจไทยไม่ได้รับผลกระทบจากปัจจัยภายนอกมากนักจนทำให้สามารถฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็ว แต่อีกส่วนหนึ่งก็ปฏิเสธไม่ได้ว่ารัฐบาลขับเคลื่อนนโยบายได้อย่างตรงจังหวะพอสมควร โดยเฉพาะไทยเข้มแข็งก็น่าจะเป็นส่วนหนึ่งที่หนุนให้เศรษฐกิจไทยขยายตัวได้ตามที่คาดการณ์
     อย่างไรก็ดี ช่วงที่ผ่านมาเสียงร้องเรียนที่เกี่ยวกับกรณีการทุจริตโครงการลงทุนภายใต้แผนปฏิบัติการฯ ดังกล่าวก็มีขึ้นเป็นระยะๆ อย่างไม่อาจปฏิเสธได้ ไม่ว่าจะเป็นกรณีการจัดซื้อจัดจ้างของกระทรวงสาธารณสุขที่อื้อฉาว โครงการก่อสร้างอาคารที่พักอาศัยข้าราชการตำรวจขนาด 30 ครอบครัว สูง 5 ชั้น ทั่วประเทศจำนวน 163 หลัง วงเงินกว่า 3 พันล้านบาท ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ที่มีการยื่นเรื่องร้องเรียนต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ให้รับเข้าเป็นคดีพิเศษ รวมถึงกรณีโครงการก่อสร้างอีกหลายๆ โครงการที่สร้างด้วยงบไทยเข้มแข็ง แต่ปรากฏว่าใช้งานได้เพียงไม่กี่เดือนก็พัง เช่น กรณีชาวบ้านร้องเรียนโครงการก่อสร้างถนนหนองป่าพงษ์-คลอง 3 ต.ตลุก อ.สรรพยา จ.ชัยนาท ยาว 1.8 กิโลเมตร วงเงินกว่า 3.12 ล้านบาท ที่ก่อสร้างแล้วเสร็จเดือน ส.ค. แค่เพียง 3 เดือนก็มีการทรุดตัวเพราะอัดผิวไม่แน่น หรือกรณีร้องเรียนโครงการซ่อมแซมพนังกั้นน้ำสถานีสูบน้ำดอนเจริญ หมู่ 16 ต.พนมไพร อ.พนมไพร จ.ร้อยเอ็ด ความยาว 37 เมตร ริมฝั่งลำน้ำชี วงเงินกว่า 1.69 ล้านบาท ที่พังครืนลงมาหลังตรวจรับงานเพียงวันเดียว หรือกรณีมีชาวบ้านร้องเรียนให้ตรวจสอบโครงการขุดลอกคลองบ้านบางฉนาก หมู่ที่ 1 และหมู่ที่ 2 ต.ปากพนังฝั่งตะวันออก อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งใช้งบประมาณไทยเข้มแข็งกว่า 4 ล้านบาทของกรมเจ้าท่า ที่พบว่าขุดลอกคลองไม่ได้มาตรฐานตามที่กำหนดและเสียงร้องเรียนโครงการอื่นๆ อีกนับไม่ถ้วน
     สำหรับการประเมินผลอย่างเป็นทางการนั้น ทางสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) ในฐานะหน่วยงานที่จัดหาแหล่งเงินกู้ โดยนายทวี ไอศูรย์พิศาลศิริ รองผู้อำนวยการ สบน. ระบุว่า ขณะนี้ สบน.ได้ว่าจ้างบริษัทที่ปรึกษารวม 4 ราย ได้แก่ บริษัท ทีม คอนซัลติ้ง, บริษัท เมเนจเม้นต์ โซลูชั่น, บริษัท ทริส คอนเซ็นเซอร์ และมหาวิทยาลัยบูรพา เพื่อทำการประเมินผลอย่างครอบคลุมทุกด้าน อาทิ ประโยชน์ที่ได้รับจากโครงการ ความถูกต้องในแง่การจัดซื้อจัดจ้าง ความโปร่งใส ความคุ้มค่าจากการดำเนินโครงการ ผลในแง่การจ้างงาน ผลต่อเศรษฐกิจ ผลต่อการกระจายรายได้ในท้องถิ่น เป็นต้น 
     ซึ่งตามสัญญาจะดำเนินการศึกษาเป็นเวลา 1 ปี แต่ละบริษัทก็จะประเมินผลในแต่ละภาครวมทั้ง 4 ภาคทั่วประเทศ โดยจะใช้วิธีสุ่มจากโครงการที่ดำเนินการเสร็จแล้วเลือกมา 5-10% หลังจากนั้นก็จะเสนอข้อมูลให้คณะกรรมการติดตามประเมินผลของสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ที่มีนายพนัส สิมะเสถียร เป็นประธาน และรายงานผลต่อคณะรัฐมนตรีต่อไป
     แม้ว่าขณะนี้จะยังไม่อาจสรุปได้อย่างแท้จริงว่า "ไทย" จะ "เข้มแข็ง" จริงหรือไม่ แล้ว "ใคร" บ้างที่จะ "เข้มแข็ง" แต่สำหรับเสียงร้องเรียนที่เกิดขึ้นแม้บางกรณีจะไม่ได้เป็นประเด็นใหญ่ระดับชาติเหมือนเช่นกรณีที่เกิดขึ้นในกระทรวงสาธารณสุข แต่ว่าทุกเสียงร้องเรียนก็ควรได้รับการรับฟังและควรมีการติดตามตรวจสอบ เพื่อเอาผิดกับผู้ที่เบียดบังผลประโยชน์ส่วนรวมไปเป็นผลประโยชน์ของตัวเอง
     ได้แต่หวังว่าสุดท้ายแล้ว เงินที่กู้มาใช้จะให้ผลคุ้มค่าและเกิดประโยชน์ต่อสังคมโดยรวม
     ไม่ใช่แค่เข้ากระเป๋าใครบางคน-บางกลุ่ม!!!



ปฏิรูป

แรงงานไทยในมุมมอง 'ศักดินา'
ตำรวจขาดความเข้าใจเรื่องสิทธิมนุษยชน
ปฎิรูประบบภาษี เพื่อสังคมไทยเสมอหน้า (3) : ใช้โมเดล “เงินโอน แก้จน คนขยัน” ประเทศไทยจะไม่มีคนจน
ปฏิรูประบบภาษี เพื่อสังคมไทยเสมอหน้า (1): ภาษีอากรไทยเอื้อประโยชน์กลุ่มทุนใหญ่ “กรณีการส่งเสริมการลงทุน”
คปก.เสนอนายกฯ-ฝ่ายค้าน ยกเลิกผู้ริเริ่มเสนอกม. ดัน กกต.ช่วย ปชช.เข้าชื่อได้
สมานฉันท์ฯปฏิบัติการลงพื้นที่ เร่งสร้างความเข้มแข็ง
ปัญหาและอุปสรรคในการสร้างความเข้มแข็งและเอกภาพของขบวนการแรงงานไทย
รายงาน: เปิดงานวิจัยความไม่เป็นธรรมด้านเศรษฐกิจและแรงงาน
สำนักข่าวอิศราเปิดข้อมูล 6 ที่ปรึกษา สนง.ประกันสังคม ค่าตัว 28 ล้าน
ชู ILO 87-98 ลดช่องว่างทางสังคม ค้านเตะถ่วงพิจารณาใหม่
บทบาทกฎหมายกับการลดช่องว่างทางสังคมให้แรงงาน
คปก.สางปัญหาแรงงาน จุดติดอนุสัญญา87/98 ILO ชี้นโยบายขึ้นค่าแรงทดแทนสิทธิต่อรองไม่ได้
แรงงานนอกระบบร้อง คปก.ชงคลอดกฎกระทรวงคุ้มครองสิทธิคนทำงาน
แรงงานยื่น คปก.ปฏิรูปยุติธรรมแรงงาน เสนอออกข้อกำหนดศาลพิจารณาคดีพิเศษ
การปฏิรูประบบแรงงานและสวัสดิการ : การเพิ่มอำนาจต่อรองของแรงงาน การปรับโครงสร้างค่าจ้าง การเพิ่มผลิตภาพและการคุ้มครองแรงงาน
เสียงประชาชนเปลี่ยนประเทศไทย
เสวนาบทบาทสถาบันตุลาการในสังคมไทย
เสวนาบทบาทสถาบันตุลาการในสังคมไทย
เสวนา"ประเทศไทยยุคเปลี่ยนผ่าน ประเทศไทยกับระบบศาล"
คอป.เตรียมส่งรายงานฉบับที่ 3 ให้รัฐบาล
ก.ยุติธรรม จัดประชุมสัมมนาสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ
คปก.ไม่หวั่นข้อเสนอให้ยุบองค์กรอิสระ
คณะกรรมการปฎิรูปกฎหมาย ชี้แจงผลการดำเนินงาน ปัญหาอุปสรรค และยุทธศาสตร์ในอนาคต เพื่อผลักดันให้กฎหมายของไทย มีประสิทธิภาพในการบังคับใช้อย่างเป็นธรรม และเคารพสิทธิมนุษยชน
“ชะลอ” แก้รัฐธรรมนูญ เพื่ออะไร ?
อนาคตของเศรษฐกิจโลกอยู่ที่เอเชีย
ปตท.- การบินไทยหนุนคลังขายหุ้น 2% ไม่กระทบฐานะ - นักวิชาการชี้นโยบายรัฐต้องชัดเจน'ลดหนี้หรือแปรรูป'
โครงสร้างเงินเดือนข้าราชการใหม่
สปส.ยัน โอนเงินค้างค่าบริการ ให้ รพ.เอกชน สิ้นเดือน
ช่องว่างรายได้ชาวจีนในเมืองและชนบทลดลง
ศาลฎีกาสั่ง รพ.สมิติเวช จ่าย 8.3 ล้าน ทำคลอดแม่-ลูกเสียชีวิต
ฮิวแมนไรท์วอทช์ประณามละเมิดสิทธิมนุษยชน
ถอดบทเรียนภัยพิบัติจากญี่ปุ่น-ไทย
เสวนา 14 ปี พรบ.ข้อมูลข่าวสารฯ
79 ปี รัฐธรรมนูญไทย ในระบอบประชาธิปไตย
ภาคีเครือข่ายต้านคอรัปชั่น จับตาโครงการรัฐบาล
ภาคประชาชนเสนอ รัฐบาล'ยิ่งลักษณ์'...แก้ปัญหาคนจน!
หญิงมะกันฟ้องนายจ้างหื่น ออกกฎแต่งตัวโป๊รายวัน
แฉแรงงานพม่าถูกกม.ถูกนายจ้างลอยแพ้ไร้ประกันสังคม ตาย-ป่วยอื้อ
สปสช.เปิดลงทะเบียนให้ผู้หมดสิทธิ์ประกันสังคม-สวัสดิการ ขรก.เข้ารักษาในระบบต่อเนื่อง
ยื่นกฤษฎีกาตีความ ค่าโอนผู้ประกันตน สปส. 2.3หมื่นล.ไปบัตรทอง
สปส.เร่งทำระบบบัตรเดียวรักษาทุก รพ.คาดใช้ต้นปี 55
ก.คลัง เล็งตั้งกองทุนความมั่งคั่งฯ หวังเทียบชั้นเทมาเส็ก
บีโอไอ” ปรับแผนลงทุนใหม่ เตรียมชง รมว.อุตฯ คนใหม่ ก.ย.นี้
ธปท.อนุมัติจ่ายเออร์ลีรีไทร์ 40 เท่าของเงินเดือน
แรงงานนอกระบบสมัครประกันสังคม ม.40 พุ่งกว่า 4 แสนราย
สปส.ฟุ้งครึ่งปีฟันกำไร 1.7 หมื่นล.
ผู้ป่วยสิทธิประกันสุขภาพฯ ร้องเรียนปัญหา รพ.เอกชน บริการเหลื่อมล้ำ พุ่ง 3 พันกรณี เร่งหาทางแก้
นักเศรษฐศาสตร์อัด “ทักษิณ” หลอก ปชช.แนะเลิกดันทุรังเรื่องค่าแรง 300 ก่อนชาติล่มเหมือนอาร์เจนฯ
TDRI แนะโรดแมปวิชาชีพท่องเที่ยว รับเปิดเสรีแรงงานอาเซียน
"กูรูใหญ่" รุมซัด "ประชานิยมกินรวบ"แค่ "วาทศิลป์"นักการเมือง ...บทลงโทษประชาชน!!!
ถกโอนผู้ประกันตนไปบัตรทองไม่คืบ ยังขัดเรื่อง กม.
“กรีนพีซ” แฉ “ไนกี้-อาดิดาส” ใช้สารเคมีทำน้ำเสียในจีน ชี้ส่งผลถึงไทย
แรงงานพม่านัดหยุดงาน-ขอขึ้นค่าแรง 20 บาท
แรงงานไทย ไม่สนนโยบายปรับค่าแรงขั้นต่ำ
สิทธิแรงงานต่อการเลือกตั้งนอกเขต
ชมรมพิทักษ์สิทธิ์ผู้ประกันตน หนุนแนวคิดขยายสิทธิประกันสังคมถ้วนหน้า
โอนสิทธิ์รักษาผู้ประกันตนเข้าบัตรทองส่อแววล่ม
TDRI: เรื่องไม่(เล็ก)แรงงานไทย ขาดแคลนไม่ขาดคน
นักวิชาการรุมจวกนโยบายแรงงานเลื่อนลอย แนะตั้งพรรคกรรมกรเข้าสภาฯ
สภาที่ปรึกษาฯ หนุนปรับขึ้นค่าแรง กทม. แนะหาเสียงต้องดูแลค่าครองชีพด้วย
ปลัดแรงงานเล็งชงร่าง สปส.เป็นองค์การมหาชนให้รัฐบาลหน้าอนุมัติ
“ปั้น” ตั้งเป้าแรงงานนอกระบบ 2.4 ล.มีสมัคร 2.2 แสน
สปส. อนุมัติงบ 700 ล้าน เพิ่ม 6 สิทธิประโยชน์
สปส.ไฟเขียวเพิ่ม “ยาเอดส์-ไต-ฟัน-โรคเรื้อรัง” คาด มีผลกรกฎานี้
สายด่วนประกันสังคมร้อน! แห่โทร.เดือนละหมื่นสาย ถามสิทธิประโยชน์-ร้องบริการแย่
สปส.เผย นายจ้างค้างจ่ายเงินสมทบกว่า3พันล. เร่งตั้งหน่วยติดตามเริ่ม มิ.ย.นี้
เพิ่มสิทธิรักษาโรคเรื้อรัง-ทันตกรรม ชงเข้าคณะกรรมการ สปส.21 มิ.ย.นี้
TDRI กับข้อเสนอว่าด้วยระบบสวัสดิการรักษาพยาบาลข้าราชการ
บอร์ด สปส.เพิ่มสิทธิ์รักษาป่วยฉุกเฉิน-ทันตกรรม
นักวิชาการแนะแยกเงินสมทบชราภาพรายหัว-ไม่ต้องเก็บมากองรวม
รัฐไทยกับภาพหลอนประวัติศาสตร์ขบวนการกรรมกร
คนงานส่อแห้วปรับค่าจ้างกลางปี นายจ้างอ้างต้องจ่ายเพิ่มกว่าแสนล้านหลังปรับขึ้นต้นปี
ชาวเวียงชัยประท้วงสร้างโรงไฟฟ้า
บทพิสูจน์ CSR ของสี่ธนาคาร : กรณีเขื่อนไซยะบุรี ของ สปป.ลาว
ผู้ว่าฯ หารือทุกฝ่ายร่วมแก้ไขปัญหามาบตาพุด
เมืองในฝันที่ไม่มีคนต้องการ
ไทยติดโผอันดับ 7 ประเทศทุจริตมากที่สุด
แรงงานในโลกาภิวัตน์
พรบ.ข้อมูลข่าวสารฯ 2540 หลุมดำของความลับที่ยังล้วงไม่ถึง
ย้ำข้อเสนอผู้ประกันตนหยุดจ่ายสมทบค่ารักษาพยาบาล ให้รัฐจ่ายเต็ม 100%
ครม.ไฟเขียว ขรก.ชาย ลาดูแลภรรยาคลอดได้ 15 วัน
จี้รื้อประกันสุขภาพ ยิ่งจ่าย - ไร้สิทธิ์
ปูดนักวิชาการม.ราชภัฏฯยังไม่เลิกทำวิจัยโรงไฟฟ้าถ่านหิน
การละเมิดและประเด็นทางด้านสิทธิมนุษยชนด้านแรงงานในประเทศไทย
ชาวบ้านร้อง IRPC แก้ไขกลิ่นและทบทวนการขยายพื้นที่ตั้งนิคมฯ
ทีดีอาร์ไอชำแหละประกันสังคมเบี้ยแพงในปัจจุบันกลุ่มประชาชนที่ไม่มีหลักประกันทางสังคม
แรงงานหาบ 14,500 รายชื่อเสนอกฎหมายต่อรัฐสภา
แรงงานลุ้น! จับตานัดสำคัญ
นายกรัฐมนตรี สั่งบีโอไอทบทวนการจ้างต่างด้าว
โรงพยาบาลเอกชนแฉ ประกันสังคมยังไม่ยอมจ่ายเงินค่าหัว
คนไทย จำเป็นหรือไม่ ต้องมี ‘บัตรประชาชน
สิ่งที่มากไปกว่าวิกฤตเศรษฐกิจ
นิยาม “แรงงาน” อย่างที่ควรจะเป็น เพื่อมองคนให้เป็นคน
แรงงานในกระแสโลกาภิวัตน์
สปส. เผย ระบบประกันสังคมเหนือกว่าบัตรทอง
ลูกจ้างไม่นิยมEmpoyee's Choice 3องค์กรจับมือเร่งสร้างความเข้าใจ
ครม.ตีกลับงบเหมาจ่ายบัตรทอง 1.66 แสนล้าน
นายจ้างชี้ สปส. เก็บเงินสมทบส่อขัดรัฐธรรมนูญ
บันทึกหลักการและเหตุผลประกอบร่างพระราชบัญญัติประกันสังคม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....(ฉบับบูรณาการแรงงาน)
ปูดนักวิชาการม.ราชภัฏฯยังไม่เลิกทำวิจัยโรงไฟฟ้าถ่านหิน
กรมโรงงานฯ เตรียมส่งร่างประกาศกระทรวงกำหนดการปล่อยสาร VOCs จากอุปกรณ์ในโรงงานต่อ "ชัยวุฒิ" เพื่อใช้เป็นเกณฑ์ในการตรวจสอบ พร้อมเชิญโรงงานที่เกี่ยวข้อง 36 แห่ง เข้าหารือทำความเข้าใจการควบคุมดังกล่าว
เชิญร่วมรณรงค์เนื่องในวันงานที่มีคุณค่าสากล
๗ ตุลา ทวงถามความจริงใจรัฐบาล ต่อการให้สัตยาบันอนุสัญญา ILO
ครม. รับทราบผลการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์
สรุปการสัมมนา “ชำแหล่ะ 20 ปี ประกันสังคม ผู้ประกันตนได้อะไร..???”
ความเหลื่อมล้ำที่จับต้องได้ BY TDRI
แบบรวบรวมรายมือชื่อในการคัดค้านการนำเงินประกันสังคม
การร่วมลงนามคัดค้านการนำเงินประกันสังคม จัดทำหนังสือรวบรวมผลงาน
หนังสือของ ครสท.ถึงประธานอนุกรรมาธิการประกันสังคม วุฒิสภา
กรรมกร" ต้อง Cancle ความฝัน เพราะประเทศไทยไม่ยอมปันผลเสียที
สิทธิแรงงานคือสิทธิมนุษย์ชน



แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล
รหัสป้องกันสแปม *CAPTCHA Image





Copyright © 2010 All Rights Reserved.

ศูนย์ช่วยเหลือและจัดการวิกฤติแรงงาน
อีเมล : wgal@labourcrisiscenter.com
เว็บไซต์ : htpp://www.labourcrisiscenter.com
 

เว็บไซต์นี้ “ มูลนิธิเอเชียสนับสนุนเว็บไซด์นี้ภายใต้โครงการของ โครงการบรรเทาผลกระทบต่อคนทำงานอันสืบเนื่องจากวิกฤติเศรษฐกิจโลก ความคิดเห็นที่นำเสนอบนเว็บไซต์นี้เป็นของ โครงการบรรเทาผลกระทบต่อคนทำงานอันสืบเนื่องจากวิกฤติเศรษฐกิจโลก เท่านั้น และไม่จำเป็น ว่ามูลนิธิเอเชียจะเห็นพ้องด้วยแต่ประการใด” The Asia Foundation supports this website through a project with Working Group on Alleviating the Impact of the Global Economic Crisis on Affected Labors Project The views express on this website are solely those of the Working Group on Alleviating the Impact of the Global Economic Crisis on Project and do not necessary reflect the views of the Foundation